|
|
| |
|
|
|
|
วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.พิษณุโลก
|
| ภาพถ่าย |
|
|
|
พระพุทธชินราช |
พระเจ้าเข้านิพพาน |
พระอัฏฐารส |
|
|
|
พระวิหาร 18 ศอก |
หน้าทางเข้านมัสการพระพุทธชินราช |
ปูนชนียวัตถุ |
|
|
|
พระพุทธชินราช |
พระพุทธชินราช |
เจ้าแม่กวนอิม |
|
|
|
ป้ายวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร |
ป้ายพิพิธภัณฑ์ |
พระพุทธชินราช |
|
|
|
พระพุทธชินราช |
พระเหลือ |
|
|
| ข้อมูล |
ชาวบ้านส่วนใหญ่มักเรียกขานกันว่า วัดใหญ่ หรือวัดพระศรี กันจนติดปาก แม้นพระประธานองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานในวิหารคือ พระพุทธชินราช ชาวเมืองพิษณุโลกก็นิยมเรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ ตามไปด้วย วัดใหญ่นับเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัด เพราะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมืองและชาวไทยทั้งประเทศ ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเมื่อปี พ.ศ. 1900 ภายในวัดสิ่งโบราณสถานโบราณวัตถุล้ำค่ามากมายอาทิ
พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว และสูง 7 ศอก ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในประเทศ เส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย พระขนงโก่ง พระเกตุมาลาเป็นเปลวเพลิง พระหัตถ์มีปลายนิ้วทั้งสี่เสมอกัน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษเรียกว่า ทีฒงฺคุลี ซุ้มเรือนแก้วทำด้วยไม้แกะสลักสร้างในสมัยอยุธยา แกะสลักเป็นรูปมกร (ลำตัวคล้ายมังกร มีงวงคล้ายช้าง) อยู่ตรงปลายซุ้ม และตัวเหรา (คล้ายจระเข้) อยู่ตรงกลาง และมีเทพอสุราคอยปกป้ององค์พระอยู่ 2 องค์ พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) แห่งกรุงสุโขทัย โปรดให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศน์เทพวรารามและวัดบวรนิเวศวิหารตามลำดับ
บานประตูประดับมุก ที่ทางเข้าพระวิหารด้านหน้า สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2299 เป็นฝีมือช่างหลวงสมัยอยุธยาตอนปลาย ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมโกศ ตรงกลางประตูมีสันอกเลาประดับลวดลายพุ่มข้าวบิณฑ์ สองข้างเป็นลายกนกก้านแย่ง ช่วงกลางอกเลามีรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เรียกว่า นมอกเลา เป็นรูปบุษบก มีรูปพระอุณาโลมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์ประดิษฐานบนบัลลังก์อยู่ในบุษบก สองข้างเป็นรูปชุมสายซึ่งเป็นเครื่องสูงชนิดหนึ่ง เป็นรูปฉัตรสามชั้น ใต้ฐานบุษบกมีหนุมานแบกฐานไว้ ส่วนเชิงล่างของอกเลาทำเป็นรูปกุมภัณฑ์ยืนถือกระบองท่าสำแดงฤทธิ์ ส่วนลวดลายบานประตูเป็นลายกนกที่มีภาพสัตว์หิมพานต์ เช่น ราชสีห์ คชสีห์ เหมราช ครุฑ กินรีรำ และภาพสัตว์อื่น ๆ และยังมีลาย อีแปะ ด้านละ 9 วงมัดนกหูช้างประกอบช่องไฟระหว่างวงกลม หรือวงกลมเป็นลายกรุยเชิง มีลายประจำยามก้ามปูประดับขอบรอบบานประตู เดิมบานประตูวิหารพระพุทธชินราชทำด้วยไม้สักแกะสลัก เมื่อทำบานประตูประดับมุกเสร็จแล้ว บานประตูเก่าได้นำไปประดับประตูวิหารพระแท่นศิลาอาสน์ จังหวัดอุตรดิตถ์
พระเหลือ พระยาลิไทรับสั่งให้ช่างนำเศษทองสัมฤทธิ์ที่เหลือจากการสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา มารวมกันหล่อพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดเล็ก เรียกว่า พระเหลือ และพระสาวกยืนอีก 2 องค์ ส่วนอิฐที่ก่อเตาสำหรับหลอมทองได้นำมารวมกันบนฐานชุกชี พร้อมกับปลูกต้นมหาโพธิ์ 3 ต้นบนชุกชี เรียกว่า โพธิ์สามเส้า ระหว่างต้นโพธิ์ได้สร้างวิหารน้อยขึ้นหนึ่งหลัง อัญเชิญพระเหลือกับพระสาวกไปประดิษฐาน เรียกว่า วิหารพระเหลือ โดยคนในท้องถิ่นเชื่อว่าหากได้นมัสการ ก็จะเป็นมงคลโดยเฉพาะนักธุรกิจ พ่อค้า และคนที่อยู่ในแวดวงการเงิน เนื่องจากชื่อ "พระเหลือ" มีความหมายพ้องกับ "เหลือกกิน เหลือใช้"
บทสวดบูชา พุทธะบูช มหาเตชะวันโต ธัมมะบูชา มหาปัญญะวันโต สังฆะบูชา มหาโภคะวะโหติโลกา นากัง อภิปูชะยามะฯ
พระอัฏฐารส เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติด้านหลังพระวิหาร สูง 18 ศอก สร้างในสมัยเดียวกับพระพุทธชินราช ราว พ.ศ. 1811 เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารใหญ่แต่วิหารได้พังไปจนหมด เหลือเพียงเสาที่ก่อด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ 3-4 ต้น เรียกว่า เนินวิหารเก้าห้อง
พระปรางค์ประธาน ศิลปสมัยอยุธยาตอนต้น ฐานย่อเหลี่ยมไม้ยี่สิบ เดิมเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัยแท้ ต่อมาถูกแปลงให้เป็นพระปรางค์ในสมัยอยุธยา
พระเจ้าเข้านิพพาน เป็นโบราณวัตถุสมัยอยุธยา นับว่าเป็นชิ้นสำคัญของวัดพระศรีรัตนมหาวรวิหาร ถือว่าเป็นการจำลองสังเวชนียสถานของพระพุทธเจ้า คาดว่ามีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นหีบบรรจุพระบรมศพ ทำด้วยศิลาตั้งอยู่บนจิตราการ ประดับด้วยลวดลายลงรักปิดร่องกระจกสวยงาม ที่ปลายหีบมีพระบาททั้งสองยื่นออกมา และบริเวณด้านหน้า หรือด้านท้าย หีบพระบรมศพ มีพระมหากัสสปะเถระ นั่งนมัสการพระบรมศพ
พระพุทธชินสีห์ เป็นพระพุทธรูปศิลปะปางมารศรีวิชัย สมัยสุโขทัย ที่สำคัญพระองค์หนึ่งของ หัวเมืองฝ่ายเหนือ สร้างขึ้นคราวเดียวกันกับ พระพุทธชินราช และพระศาสดา ได้ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารด้านเหนือของ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เปิดทุกวัน เวลา 6.30-18.00 น. ส่วนพิพิธภัณฑ์ในวัดเปิดเวลา 8.30-16.30 น.
|
| การเดินทาง |
|
แผนที่การเดินทาง
ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก
|
|
สถานที่ท่องเที่ยว จ.พิษณุโลก |
อำเภอเมือง
- วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร
- เสาหลักเมืองพิษณุโลก
- สะพานนเรศวร
- พระราชวังจันทน์ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
- วัดราชบูรณะ
- วัดศรีสุคต
- วัดวิหารทอง
- กำแพงเมืองคูเมือง
- วังปลาคูเมือง
- ตลาดไนท์บาซา
- พิพิธภัณฑ์ผ้ามหาลัยนเรศวร
- หอศิลปและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร
- สวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ
- สวนนกไทยศึกษา
- วัดนางพญา
- วัดเจดีย์ยอดทอง
- วัดจุฬามณี
- พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี
อำเภอบางระกำ
อำเภอวังทอง
- ล่องแก่งลำน้ำเข็ก
- น้ำตกแก่งซอง
- สวนรุกชาติสกุโณทยาน น้ำตกสกุโณทยาน หรือน้ำตกวังนกแอ่น
- น้ำตกปอย
- วัดราชคีรีหิรัญยาราม
- ถ้ำพระวังแดง
อำเภอวัดโบสถ์
- อุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย-เขาประดู่
อำเภอบางกระทุ่ม
อำเภอพรหมพิราม
อำเภอเนินมะปราง
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล
อำเภอนครไทย
- อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
- อุทยานแห่งชาติภูหินล่องกล้า
- โรงเรียนการเมืองการทหาร
- น้ำตกแก่งโสภา
- อนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางท่าว
อำเภอชาติตระการ
- อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ
- อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว |
|
|
|
|
|
|
|
| ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์. 02-2505500 สายด่วน 1672 |
| ขอขอบคุณข้อมุลจากกรมอุทยานแห่งชาติ 61 ถนนพหลโยธิน แขวง เสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์. 02-561777, 02-579666 |
| ปรับปรุงล่าสุด วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555 |
| ที่ตั้ง บริษัท สไมล์ไทย อีโคทัวร์ จำกัด เลขที่ 98/81 ต.บ้านใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม 70130 |
| best view with 800*600 by IE browser Copyright (c) 2005 All Rights Reserved :: Contac me >> annop_nanya@hotmail.com |
|
สถิติผู้เข้าชม
      ขณะนี้มีผู้ชมอยู่ 111 ราย |
|
|