น อ น เ ต้ น ท์     ดู ด า ว     กิ น ข้ า ว ก ล า ง ไ พ ร
คำขวัญ จ.อ่างทอง

พระสมเด็จเกษไชไย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน

ข้อมูล

อ่างทอง เป็นจังหวัดซึ่งอุดมไปด้วยงานหัตถกรรมพื้นถิ่นไม่ว่าจะเป็นงานปั้นตุ๊กตาชาววัง การทำกลอง การทำอิฐดินเผา หรือการผลิตเครื่องจักสาน ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดเพลงพื้นบ้านลิเก เป็นจังหวัดบ้านเกิดของนายดอกนายทองแก้ววีรชนคนกล้าในศึกบางระจัน นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยวัดที่มีความสะอาดสวยงามและมีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมายกว่า 200 วัด อันเป็นสถานที่ที่น่าศึกษาประวัติศาสตร์และเรื่องราวความเป็นมาในอดีตของชาติไทย
อ่างทองเดิมชื่อ เมืองวิเศษชัยชาญ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยบนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในการสู้รบกับกองทัพพม่า ดังปรากฏในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายตอนโดยเฉพาะในช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. 2310 พม่าได้ใช้แขวงเมืองวิเศษชัยชาญเป็นที่ตั้งค่ายเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาและทำให้เกิดการสู้รบครั้งสำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยนั่นคือ ศึกบางระจัน ปลายสมัยกรุงธนบุรีได้ย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านบางแก้ว เรียกชื่อใหม่ว่า อ่างทอง เนื่องจากเป็นที่ลุ่มและอู่ข้าวอู่น้ำอันเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่มีค่า
จังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนล่าง มีเนื้อที่ 968 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านสองสาย คือ แม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยา
แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ คือ
อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอแสวงหา อำเภอป่าโมก อำเภอโพธิ์ทอง อำเภอไชโย และอำเภอสามโก้
การเดินทางจากอ่างทองไปยังจังหวัดใกล้เคียง
พระนครศรีอยุธยา 31 กิโลเมตร
สิงห์บุรี 40 กิโลเมตร
สุพรรณบุรี 44 กิโลเมตร
ลพบุรี 67 กิโลเมตร

การเดินทาง

รถยนต์
จากกรุงเทพฯสามารถเดินทางได้หลายเส้นทางคือ
เส้นทางที่ 1 ใช้เส้นทางสายพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 32 จากกรุงเทพฯ แยกเข้าเส้นทางสายเอเชีย ผ่านอำเภอบางปะอิน-พระนครศรีอยุธยา-อำเภอบางปะหัน-อ่างทอง รวมระยะทาง 105กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 ใช้เส้นทางตัดใหม่ ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า - ตลิ่งชัน เข้าเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 340 ผ่านจังหวัดนนทบุรี-ปทุมธานี-พระนครศรีอยุธยา-สุพรรณบุรี-อ่างทอง รวมระยะทางประมาณ 150กิโลเมตร
เส้นทางที่ 3 ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-ปทุมธานี ผ่านปากเกร็ด เข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3111 ผ่านอำเภอบางไทร-อำเภอเสนา-พระนครศรีอยุธยา จากนั้นใช้เส้นทางหมายเลข 3263 และต่อเข้าทางหลวงหมายเลข 309 เข้าอำเภอป่าโมก-อ่างทอง รวมระยะทาง 140กิโลเมตร
หรือใช้ทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางระหว่างกรุงเทพฯ-อ่างทอง ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ทุกวัน สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2537 8055, 0 2936 2852-66, 0 2936 3603 เว็บไซต์ www.transport.co.th

สถานที่ท่องเที่ยว จ.อ่างทอง
อำเภอเมือง
อำเภอวิเศษชัยชาญ
อำเภอไชโย
อำเภอโพธิ์ทอง
อำเภอแสวงหา
อำเภอป่าโมก
อำเภอสามโก้
 
 
 
ใบอนุญาติประกอบธุรกิจนำเที่ยว
 กลับหน้าหลัก
จองทัวร์ ระบบออนไลน์ที่นี่
คำถามเรื่องทัวร์ที่พบบ่อย
  แพคเกจทัวร์
ข้อมูลการท่องเที่ยว 76 จังหวัด
แผนที่การเดินทาง
อยากไปไหนถามเรา
แบ่งปันเรื่องเที่ยว
 รวมเรื่องเล่าการเดินทาง
แนะนำร้านอาหารอร่อย ๆ บรรยากาศดี
ดาวน์โหลดวอลเปเปอร์
 รู้จักเพื่อนบ้าน
ทีมงานของเรา
 เกี่ยวกับ anna on tour
 
 
   ก่อนไปเที่ยวต้องทำอย่างไร
  - สำรวจเส้นทางก่อนการเดินทาง
  - ศึกษารายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว
    ที่จะเดินทางไป
  - ตรวจสอบสัมภาระให้พร้อม ได้แก่
    ยาประจำตัว อุปกรณ์ใช้ส่วนตัว
    เสื้อกันฝน (หน้าหนาว) รองเท้าแตะ
    อุปกรณ์เดินป่า ไฟฉาย ถุงใส่ขยะ
    กระดาษชำระ แผนที่ หมวกกันแดด
    ยากันยุงชนิดทา ถุงกันทาก
   - แผนที่การเดินทาง
   - เตรียมร่างกายให้พร้อม
   - ยานพาหนะต้องพร้อมเดินทาง

    ข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยว
        อุทยานทางบก

  - โปรดช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากร
     ธรรมชาติทั้งทางบก และทางน้ำ
  - ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้อง
     ไม่เข้าไปยึดครอง แผ้วถางป่า
     เก็บแร่ เก็บดิน หิน พรรณไม้      
     รวมทั้งของป่าทุกชนิด
  - ไม่ล่าสัตว์ ไม่นำสัตว์ทุกชนิดเข้า
     เข้าอุทยาน
  - ส่งเสียงดังจนเป็นที่รบกวนแก่
    นักท่องเที่ยวและสัตว์ป่า
  - ช่วยระมัดระวังไม่ให้เกิดไฟไหม้ป่า
    หากมีความจำเป็นต้องก่อไฟ เมื่อ
    เสร็จแล้วกรุณาดับไฟให้เรียบร้อย
  - ไม่ขีดเขียน ปิดประกาศใดๆ
     ในเขตอุทยานแห่งชาติ 

   ข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยว
        ทางทะเล
 
- โปรดช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากร
     ธรรมชาติทั้งทางบก และทางน้ำ
  - ไม่เหยียบหรือเก็บปะการังหอย
     กัลปังหาไปเป็นของที่ระลึก
  - ไม่ทำอันตรายต่อสัตว์ทุกชนิด
  - หากพบขยะใต้ท้องทะเลโปรดเก็บ
    มาทิ้งในถังขยะบนเรือหรือที่ชายฝั่ง
  - โปรดอย่าทิ้งขยะในท้องทะเล
     เก็บไว้ในเรือจนกว่าจะถึงฝั่ง
     และทิ้งในที่ที่กำหนดให้
  - ไม่ควรนำเรือเข้าใกล้แนวปะการัง
     น้ำตื้นมากเกินไป เพราะอาจเกิด
     การหักพังของปะการัง
  - ไม่ควรซื้อของที่ระลึก ที่มีซาก
    ปะการัง กัลปังหา เป็นส่วนประกอบ
     เพราะเท่ากับเป็นการสนับสนุนให้
     มีการเก็บปะการัง กัลปังหา เพิ่มขึ้น
  - ไม่ควรทิ้งสมอเรือในแนวปะการัง
     ควรผูกเรือไว้กับทุ่นจอดเรือ
     ในบริเวณที่จัดไว้
 

Google annaontour
ขอขอบคุณข้อมูลท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
กรมอุทยานแห่งชาติ
สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว
อะเมซซิ่งไทยแลนด์
ไทยตำบล
สำนักงานโบราณคดี กรมศิลปากร
นายรอบรู้
หนังสือพิมผู้จัดการออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
การตรวจสอบระยะทาง กรมทางหลวง
การรถไฟแห่งประเทศไทย
การบินไทย
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย
ไกด์เซ็นเตอร์
ตำรวจท่องเที่ยว
จ.กาญจนุบรี
ท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) 600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์. 02-2505500
ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672
กรมอุทยานแห่งชาติ 61 ถนนพหลโยธิน แขวง เสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์. 02-561777 ,02-579666
annop_nanya@hotmail.com
Copyright (c) 2005 All Rights Reserved
best view with 800*600 by IE browser