น อ น เ ต้ น ท์     ดู ด า ว     กิ น ข้ า ว ก ล า ง ไ พ ร
คำขวัญ จ.สระแก้ว

ชายแดนเบื้องบูรพา ป่างาม น้ำตกสวย มากด้วยรอยอารยธรรมโบราณ ย่านการค้าไทย - เขมร

ข้อมูล

สระแก้ว เป็นจังหวัดชายแดนด้านตะวันออก ในอดีตเคยเป็นชุมชนสำคัญที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อน มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุวรรณภูมิ และอาณาจักรทวาราวดี โดยจะเห็นได้จากกลุ่มปราสาทโบราณที่มีมากมายอยู่ทั่วจังหวัดและโบราณวัตถุที่หลงเหลือ บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความรุ่งเรืองของแผ่นดินในอดีต ให้แก่คนรุ่นหลัง
นอกจากแหล่งโบราณสถานที่น่าศึกษาทางประวัติศาสตร์จังหวัดสระแก้วยังมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดม สมบูรณ์ เช่น อุทยานแห่งชาติปางสีดา และอุทยานแห่งชาติตาพระยา นอกจากนี้ยังมีแท่งดินประติมากรรมทาง ธรรมชาติอย่าง "ละลุ" ที่มีรูปลักษณะแปลกตา
สุดชายแดนอรัญประเทศสระแก้วเป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดไปสู่ประเทศกัมพูชาเชื่อมการคมนาคมและ การท่องเที่ยวระหว่างประเทศให้เป็นเส้นทางเดียวกัน มีตลาดโรงเกลือที่เต็มไปด้วยของราคาถูกและสินค้ามือ สองจากนานาประเทศเพื่อนบ้าน
สระแก้วเป็นจังหวัดที่74 ของประเทศไทย เดิมมีฐานะเป็นเมืองบริวารของปราจีนบุรี (เมืองประจิมในสมัยโบราณ) และในปี พ.ศ.2476 เมื่อมีการยกเลิกระบบเทศาภิบาล ปราจีนบุรีได้รับการยกฐานะให้เป็นจังหวัด สระแก้วจึงกลายเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี ต่อมาได้แยกตัวออกมาจากปราจีนบุรี และได้รับการประกาศให้เป็นจังหวัดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536
จังหวัดสระแก้วมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานนับ 4,000 ปี ตั้งแต่ยุคหินใหม่-ยุคโลหะโดยมีการค้นพบ วัตถุโบราณที่บ้านโคกมะกอก ตำบลเขาสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ ในยุคต่อมาก็มีการค้นพบโบราณวัตถุอีก เช่น ีที่อำเภออรัญประเทศและอำเภอตาพระยาแสดงหลักฐานว่าสระแก้วเคยเป็นชุมชนสำคัญที่มีความเจริญรุ่งเรืองใน ยุคเจนละ-ทวารวดีมีอารยธรรมและวัฒนธรรมเป็นของตนเองมีกษัตริย์หรือผู้ครองเมืองที่นับถือศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกายและไวษณพนิกาย ดังจะเห็นได้จากโบราณสถานและจารึกรูปอักษรปัลลวะต่างๆ ปรากฏที่ปราสาท เขาน้อย เขารัง และช่องสระแจง เป็นต้น โดยเฉพาะจารึกรูปอักษรปัลลวะที่ปรากฏในบริเวณปราสาทเขาน้อย เขตอรัญประเทศซึ่งถือกันว่าเป็นหลักฐานบันทึกศักราชที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มจารึกรุ่นแรกที่พบในประเทศไทย สร้างขึ้นราวปีพุทธศักราช 1180
จากจารึกและโบราณ สถานที่พบนี้สามารถบ่งบอกให้เราทราบถึงระบบการปกครองของอาณาจักรขอมโบราณบนผืนแผ่นดินสระแก้ว แห่งนี้ เปรียบเสมือนมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพชนที่มีคุณค่าเป็นคุณประโยชน์ต่อการศึกษายิ่ง
จังหวัดสระแก้วมีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 7,195 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,496,961ไร่ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 245 กิโลเมตร
แบ่งการปกครองออกเป็น7 อำเภอ และ 2กิ่งอำเภอ ได้แก่
อำเภอเมืองอำเภอวัฒนานครอำเภออรัญประเทศอำเภอตาพระยาอำเภอเขา ฉกรรจ์ อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอคลองหาด กิ่งอำเภอโคกสูง และกิ่งอำเภอวังสมบูรณ์
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา
การเดินทางจากสระแก้วไปยังจังหวัดใกล้เคียง
นครราชสีมา 184 กิโลเมตร
ปราจีนบุรี 188 กิโลเมตร
จันทบุรี 258 กิโลเมตร
ฉะเชิงเทรา 286 กิโลเมตร

การเดินทาง

รถยนต์
การเดินทางไปจังหวัดสระแก้วสามารถใช้เส้นทางได้ 4เส้นทางได้แก่
1. จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายพหลโยธินมาถึงรังสิต แล้วให้ชิดซ้ายโดยใช้สะพานวงแหวนข้ามมาลงที่เส้นทางหมายเลข 305 ผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จากนั้นเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 33 ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ 214 กิโลเมตร
2. จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 แล้วเลี้ยวขวาที่แยกหินกองไปตามทางหลวงหมายเลข 33 ผ่านจังหวัดนครนายก อำเภอกบินทร์บุรี ระยะทางประมาณ 245 กิโลเม
3. จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านเขตมีนบุรี ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา จากนั้นให้ใช้เส้นทางไปอำเภอพนมสารคาม พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 35 ให้เลี้ยวขวาไปทางอำเภอกบินทร์บุรี โดยใช้เส้นทางหมายเลข 304 พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 95 ให้เลี้ยวขวาอีกครั้ง เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 33 ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว ระยะทาง 210 กิโลเมตร
4. จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านเขตมีนบุรี ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา จากนั้นให้ใช้เส้นทางไปอำเภอพนมสารคาม ผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ประมาณกิโลเมตรที่ 54 จะมีทางแยกขวาไปจังหวัดสระแก้วโดยไปตามทางหลวงหมายเลข 359 อีกประมาณ 65 กิโลเมตรถึงจัหรือใช้ทางพิเศษฉลองรัช, ทางพิเศษบูรพาวิถี, ทางพิเศษอุดรรัถยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543 งหวัดสระแก้ว จัดเป็นเส้นทางที่ช่วยย่นระยะเวลาเดินทางไปจังหวัดสระแก้วในขณะนี้
รถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการขบวนรถโดยสารสายกรุงเทพฯ –สระแก้ว-อรัญประเทศ วันละ 2 ขบวน ขบวนแรกออกจากกรุงเทพฯ เวลา 05.55 น. ถึงสระแก้ว เวลา 10.32 น. ถึงอรัญประเทศ เวลา 11.30 น. และขบวนที่สอง ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 13.05 น. ถึงสระแก้ว เวลา 17.25 น. ถึงอรัญประเทศ เวลา 18.20 น. และเที่ยวกลับวันละ 2 ขบวน ขบวนแรกออกจากอรัญประเทศ เวลา 06.35 น. ถึงสระแก้ว เวลา 07.26 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 11.30 น. ขบวนที่สองออกจากอรัญประเทศ เวลา 13.35 น. ถึงสระแก้ว เวลา 14.37 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 19.30 น. ค่าโดยสารคนละ 48 บาท
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือเว็บไซต์ www.railway.co.th หรือสถานีรถไฟจังหวัดสระแก้ว โทร. 0 3726 1217
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต และสถานีขนส่งเอกมัยทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง (ถ้าวิ่งเส้นองครักษ์ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง)
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2936 2852-66 หรือเว็บไซต์ www.trasport.co.th หรือ บริษัท ขนส่ง จำกัด (จังหวัดสระแก้ว) ถนนเทศบาล 9/1 โทร. 0 3724 1282 แอร์ขวัญ โทร. 0 3742 1210, 0 1751 1718

สถานที่ท่องเที่ยว จ.สระแก้ว

อำเภอเมือง
อำเภอวัฒนานคร
อำเภออรัญประเทศ
- ตลาดโรงเกลือ
อำเภอตาพระยา
อำเภอเขาฉกรรจ์
อำเภอวังน้ำเย็น
อำเภอคลองหาด
กิ่งอำเภอโคกสูง
กิ่งอำเภอวังสมบูรณ์

 
 
 
ใบอนุญาติประกอบธุรกิจนำเที่ยว
 กลับหน้าหลัก
จองทัวร์ ระบบออนไลน์ที่นี่
คำถามเรื่องทัวร์ที่พบบ่อย
  แพคเกจทัวร์
ข้อมูลการท่องเที่ยว 76 จังหวัด
แผนที่การเดินทาง
อยากไปไหนถามเรา
แบ่งปันเรื่องเที่ยว
 รวมเรื่องเล่าการเดินทาง
แนะนำร้านอาหารอร่อย ๆ บรรยากาศดี
ดาวน์โหลดวอลเปเปอร์
 รู้จักเพื่อนบ้าน
ทีมงานของเรา
 เกี่ยวกับ anna on tour
 
 
   ก่อนไปเที่ยวต้องทำอย่างไร
  - สำรวจเส้นทางก่อนการเดินทาง
  - ศึกษารายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว
    ที่จะเดินทางไป
  - ตรวจสอบสัมภาระให้พร้อม ได้แก่
    ยาประจำตัว อุปกรณ์ใช้ส่วนตัว
    เสื้อกันฝน (หน้าหนาว) รองเท้าแตะ
    อุปกรณ์เดินป่า ไฟฉาย ถุงใส่ขยะ
    กระดาษชำระ แผนที่ หมวกกันแดด
    ยากันยุงชนิดทา ถุงกันทาก
   - แผนที่การเดินทาง
   - เตรียมร่างกายให้พร้อม
   - ยานพาหนะต้องพร้อมเดินทาง

    ข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยว
        อุทยานทางบก

  - โปรดช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากร
     ธรรมชาติทั้งทางบก และทางน้ำ
  - ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้อง
     ไม่เข้าไปยึดครอง แผ้วถางป่า
     เก็บแร่ เก็บดิน หิน พรรณไม้      
     รวมทั้งของป่าทุกชนิด
  - ไม่ล่าสัตว์ ไม่นำสัตว์ทุกชนิดเข้า
     เข้าอุทยาน
  - ส่งเสียงดังจนเป็นที่รบกวนแก่
    นักท่องเที่ยวและสัตว์ป่า
  - ช่วยระมัดระวังไม่ให้เกิดไฟไหม้ป่า
    หากมีความจำเป็นต้องก่อไฟ เมื่อ
    เสร็จแล้วกรุณาดับไฟให้เรียบร้อย
  - ไม่ขีดเขียน ปิดประกาศใดๆ
     ในเขตอุทยานแห่งชาติ 

   ข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยว
        ทางทะเล
 
- โปรดช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากร
     ธรรมชาติทั้งทางบก และทางน้ำ
  - ไม่เหยียบหรือเก็บปะการังหอย
     กัลปังหาไปเป็นของที่ระลึก
  - ไม่ทำอันตรายต่อสัตว์ทุกชนิด
  - หากพบขยะใต้ท้องทะเลโปรดเก็บ
    มาทิ้งในถังขยะบนเรือหรือที่ชายฝั่ง
  - โปรดอย่าทิ้งขยะในท้องทะเล
     เก็บไว้ในเรือจนกว่าจะถึงฝั่ง
     และทิ้งในที่ที่กำหนดให้
  - ไม่ควรนำเรือเข้าใกล้แนวปะการัง
     น้ำตื้นมากเกินไป เพราะอาจเกิด
     การหักพังของปะการัง
  - ไม่ควรซื้อของที่ระลึก ที่มีซาก
    ปะการัง กัลปังหา เป็นส่วนประกอบ
     เพราะเท่ากับเป็นการสนับสนุนให้
     มีการเก็บปะการัง กัลปังหา เพิ่มขึ้น
  - ไม่ควรทิ้งสมอเรือในแนวปะการัง
     ควรผูกเรือไว้กับทุ่นจอดเรือ
     ในบริเวณที่จัดไว้
 

Google annaontour
ขอขอบคุณข้อมูลท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
กรมอุทยานแห่งชาติ
สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว
อะเมซซิ่งไทยแลนด์
ไทยตำบล
สำนักงานโบราณคดี กรมศิลปากร
นายรอบรู้
หนังสือพิมผู้จัดการออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
การตรวจสอบระยะทาง กรมทางหลวง
การรถไฟแห่งประเทศไทย
การบินไทย
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย
ไกด์เซ็นเตอร์
ตำรวจท่องเที่ยว
จ.กาญจนุบรี
ท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) 600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์. 02-2505500
ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672
กรมอุทยานแห่งชาติ 61 ถนนพหลโยธิน แขวง เสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์. 02-561777 ,02-579666
annop_nanya@hotmail.com
Copyright (c) 2005 All Rights Reserved
best view with 800*600 by IE browser