อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี
ข้อมูล ประวัติ เมื่อปี พ.ศ. 2500 นายกนิยมไพรสมาคมได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เห็นสมควรให้สงวนป่าเขาคิชฌกูฏ ท้องที่จังหวัดจันทบุรีไว้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ และจัดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงให้ป่าไม้เขตศรีราชาประสานงานกับป่าไม้จังหวัดจันทบุรี ดำเนินการ ซึ่งได้มีประกาศให้ป่าแห่งนี้เป็นป่าสงวนแห่งชาติตามกฏกระทรวง ฉบับที่ 49 (พ.ศ.2508) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 82 ตอนที่ 39 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2508 ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติประชุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2502 ให้กระทรวงเกษตร ดำเนินการจัดตั้งป่าเขาคิชฌกูฏ ท้องที่จังหวัดจันทบุรีและป่าอื่น ๆ ในท้องที่จังหวัดต่าง ๆ รวม 14 ป่า ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2517 กรมป่าไม้ จึงได้มีคำสั่งที่ 852/2517 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2517 ให้นายสมพล วรรณกุล นักวิชาการป่าไม้เอก ไปดำเนินการสำรวจหาข้อมูลเบื้องต้นป่าเขาคิชฌกูฏ เป็นลำดับที่ 13 ของป่าที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติ ผลการสำรวจพบว่าสภาพป่าตามกฎหมายเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ภูเขาสลับซับซ้อน มีสภาพทางธรรมชาติสวยงามประกอบด้วยถ้ำ น้ำตกและมีสัตว์ป่าชุกชุม เหมาะกับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามรายงานการสำรวจลงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2518 กองอุทยานแห่งชาติเดิม กรมป่าไม้ จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ได้มีมติการประชุมครั้งที่ 2/2518 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2518 เห็นสมควรให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฏ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการขอเพิกถอนป่าเขาคิชฌกูฏจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติออกจากการเป็นป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอนที่ 108 ลงวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2519 และดำเนินการจัดตั้งป่าเขาคิชฌกูฏเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาคิชฌกูฏ ในท้องที่ตำบลตะเคียนทอง ตำบลฉมัน ตำบลพลวงและตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2520 ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 94 ตอนที่ 38 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 14ของประเทศ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ อุทยานแห่งนี้เป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรี สภาพป่าในบริเวณนี้มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ มีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายากคือ ไม้กฤษณา เนื่องจากเป็นป่าที่อยู่ในเขตเทือกเขาสูงชัน จึงมีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น กระทิง เสือ หมี กวาง เก้ง เลียงผา และนกชนิดต่างๆ ตามลำห้วยมีปลาพลวง ปลาก้าง ปลาหนวด ปลาดุกรำพัน อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติฯ นี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจาตัวเมืองจนเกินไป โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนขึ้นไปบนเขาก็ด้วยความความเลื่อมใส และความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของ รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ ที่ถูกค้นพบในราว พ.ศ.2397 หรือประมาณ 152 ปีมาแล้ว และพระพ่อเขียน หรือพระครูธรรมสรคุณ เจ้าอาวาสวัดกระทิง เจ้าคณะอำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ ได้บุกเบิกทางขึ้นเขา ในปี พ.ศ.2515 โดยนำรถยนต์ขึ้นเขาเป็นครั้งแรก และค่อยๆ พัฒนาเส้นทางขึ้นยอดเขาให้ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้น มาจนถึงปัจจุบัน รอยพระพุทธบาทแห่งนี้มีความพิเศษตรงที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,050 เมตร นับเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งปรากฏอยู่บนก้อนหินใหญ่ โดยใกล้กันนั้นมีหินลูกพระบาทหรือหินลูกบาตร ที่เป็นหินก้อนใหญ่มากตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่น่าสนใจ น้ำตกกระทิง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาคิชฌกูฏ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 13 ชั้น ซึ่งล้วนมีความงามต่างๆ กัน เล่นน้ำได้ แต่ละชั้นห่างกันราว 20 เมตร ในระหว่างทางจะผ่านป่าไผ่และพันธุ์ไม้หลากชนิด บางชั้นมีพืชจำพวกมอส เฟิร์น ขึ้นปกคลุมเต็มทั้งสองข้างทาง ลำธารดูเขียวชอุ่ม เมื่อต้นไม้ผลัดใบใบไม้สีเหลืองแกมแดงจะโรยใบปูทางเดินสวยงามยิ่ง ลำธารชั้นล่างของน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน 100 เมตร การเข้าชมต้องเสียค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ยอดเขาพระบาท ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฎ การเดินทางเริ่มต้นที่วัดพลวงไปตามถนนที่ลาดชันมาก ระยะทาง 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาทนี้เป็นปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยา ที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาท หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระบาทซึ่งมีอากาศเย็นสบายนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน เฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกป ีจะมีประชาชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืนเป็นจำนวนมาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ โทร. 0 3945 2074น้ำตกคลองช้างเซ อยู่ระหว่างทางขึ้นเขาพระบาท ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เหมาะแก่การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ โดยเริ่มจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เดินเป็นวงกลมแล้ววนกลับมาที่เดิม ระหว่างทางจะมีคำบรรยายเขียนไว้ ใช้เวลาในการเดินประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะทาง 4 กิโลเมตร น้ำตกคลองกระสัน เป็นธารน้ำตกขนาดใหญ่ เล่นน้ำได้ บรรยากาศร่มรื่น อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ คก. 2 (คลองไพบูลย์) ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ 8 กิโลเมตร อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สถานที่พักอุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 6 หลัง พักได้ 2-8 คน ราคา 600-1,800 บาท มีเต็นท์ให้เช่าพักแรม พักได้ 3-6 คน ราคา 250-500 บาท และในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ ราคา 30 บาท/คน/คืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ โทร. 0 3945 2074 หรือที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น., วันเสาร์ เวลา 09.00-15.30 น.
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางถนนสายบางนา-ตราด เมื่อถึงสี่แยกเขาไร่ยา ตรงหลักกิโลเมตร 248 แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าถนนบำราศนราดูร เป็นระยะทาง 21 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางเข้าอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอยู่ใกล้กับสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจันทบุรี ให้เลี้ยวขวาไปอีก 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ ตำบลพลวง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี