|
|
| |
|
|
|
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
|
| ภาพถ่าย |
| |
| ข้อมูล |
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ประวัติความเป็นมา พระราชกรณียกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คือการเสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมราษฎรในทุกแห่งหน ทั่วทุกภาคของประเทศไทยพระราชกรณียกิจนี้ ได้ทรงปฏิบัติติดต่อกันมานานนับเป็นระยะเวลาหลายสิบปีแล้ว จึงทำให้ทรงเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎรว่ามีความทุกข์สุขอย่างไร ที่ทรงเป็นห่วงมากก็คือ ความยากจนของราษฎรจึงทรงมีพระราชประสงค์จะจัดหาอาชีพให้ราษฎรทำ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เพียงพอแก่การยังชีพ ในภาวะปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงสนพระทัยในงานฝีมือพื้นบ้านหรือศิลปกรรมพื้นบ้านที่จัดทำขึ้นโดยใช้วัสดุในท้องถิ่นมาก พระองค์จึงส่งเสริมในเรื่องนี้โดยการจัดให้มีครูออกไปฝึกสอนราษฎรเป็นการช่วยปรับปรุงคุณภาพ ของงานให้ดียิ่งขึ้น เมื่อราษฎรมีความชำนาญแล้วผลงานที่ผลิตออกมา ก็จะทรงรับซื้อไว้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ซึ่งงานนี้ต่อมาได้ขยายออกเป็น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 21กรกฏาคม 2519 และได้ทรงจัดตั้งโรงฝึกอบรมศิลปาชีพขึ้นแห่งแรกที่พระตำหนักสวนจิตรลดา ในวันฉัตรมงคลปี 2523 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯให้นายธานินทร์ กรัยวิเชียร รองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ สรรหาที่ดินที่ใกล้เคียงกับพระราชวังบางปะอินเพื่อจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพอีกแห่งหนึ่ง นายธานินทร์ กรัยวิเชียร จัดหาที่ดินได้ 2 แปลง เป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้รัฐบาลจัดการปฏิรูปที่ดินเพื่อให้ราษฎรผู้ยากไร้ได้มีที่อยู่และทำมาหากินตามอัตภาพ แปลงหนึ่งอยู่ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก อีกแปลงหนึ่งอยู่ที่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรที่ดินแปลงที่อยู่ที่อำเภอบางไทรด้วยพระองค์เอง ซึ่งที่ดินแปลงนี้มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 750ไร่เศษ และทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่าสมควรจะสร้างศูนย์ศิลปาชีพ ณ ที่นี้ วันที่ 3 มิถุนายน 2523 รัฐบาลได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินแปลงนี้แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ และรัฐบาลยังได้มีมติให้หน่วยราชการต่าง ๆ สนับสนุนโครงการของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจัดตั้งขึ้นโดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นผู้รับผิดชอบในด้านการดูแลสถานที่และการฝึกอบรม และมีหน่วยทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ มาช่วยดูแลในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย และประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการจัดฝึกอบรมศิลปาชีพเรื่อยมา และมีการซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 200 ไร่เศษ รวมเป็นเนื้อที่ของศูนย์ฯ ทั้งหมดเกือบ 1,000ไร่ในปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2527
สิ่งที่น่าสนใจ
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มีเนื้อที่ประมาณ 1,000ไร่ ภายในศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ประกอบด้วยสถานที่และสิ่งที่น่าสนใจหลายแห่งอาทิ
ศาลาพระมิ่งขวัญ เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ จตุรมุขสูง 4 ชั้น ตั้งตระหง่านอยู่กลางศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ชั้นล่าง เป็นศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และศูนย์ศิลปาชีพอื่น ๆ
ทั่วประเทศ ชั้นที่ 2 และ ชั้นที่ 3 เป็นนิทรรศการผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพชิ้นยอดเยี่ยมของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ชั้นที่ 4 เป็นห้องประชุมสัมนา
เปิดให้ชมทุกวัน วันธรรมดา 09.00 - 17.00 น. วันหยุดราชการ 09.00 - 18.00 น.
ไม่เสียค่าเข้าชม
หมู่บ้านศิลปาชีพ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนหมู่บ้านแห่งนี้ให้แก่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เพื่อเป็นสถานที่แสดงถึงสถาปัตยกรรม ในการสร้างบ้านเรือนของคนไทยภาคต่าง ๆ การจำลองชีวิตความเป็นอยู่
ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมไทยจากทั่วประเทศ ภายในหมู่บ้านมีการสาธิตวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทย ๆ ในแต่ละภาค และการสาธิตงานศิลปาชีพ
เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 17.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 -19.00 น. นอกจากนี้ยังมีการแสดงนาฏศิลป์ และการละเล่นพื้นบ้านทั้ง 4 ภาคให้ชมด้วยในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์วันละ 1 รอบ ระหว่างเวลา 16.30 -17.30 น.
นอกจากนี้หมู่บ้านศิลปาชีพบางไทรยังมีความยินดีที่จะนำเสนอ พิธีมงคลสมรสแบบประเพณีไทยโบราณภาคกลางโดยกัดกิจกรรมตามประเพณีไทยสมบูรณ์แบบ เช่น พิธีสงฆ์ ขบวนแห่ขันหมาก พิธีหลั่งน้ำสังข์ ตกแต่งสถานที่ เสียงดนตรี - เพลงบรรเลงตลอดงาน อาหารและน้ำดื่มแขกญาติ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมู่บ้านศิลปาชีพ 035-366666-7, 089-132 0303 คุณอัจฉรา)
อาคารฝึกอบรมศิลปาชีพ ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของศูนย์ฯประกอบด้วยอาคารฝึกอบรมศิลปาชีพของแผนกต่าง ๆ ปัจจุบันทางศูนย์ได้เปิดอบรมศิลปาชีพด้านหัตถกรรมพื้นบ้าน และอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรจากทุกภูมิภาคของประเทศรวมทั้งสิ้น 29 แผนกซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมวิธีการฝึกอบรมศิลปาชีพของศูนย์ฯได้ทุกขั้นตอนและการผลิตงาน
ศิลปาชีพ ที่มีความประณีตวิจิตรซึ่งต้องใช้เวลาอันยาวนานเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.00- 16.00 น. ยกเว้นช่วงที่ปิดรุ่นการฝึกอบรม
พระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์ นายถู เจี๋ย ในนามของประชาชนชาวจีน ได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม พันพระหัตถ์ซึ่งแกะสลักจากไม้ จันทน์เหลือง สูง 6 เมตร จำนวน 1 องค์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษาครบ 6 รอบ และทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้นำมาประดิษฐานไว้
ณ พระตำหนักชั่วคราว ศาลาโรงช้าง ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เพื่อให้ประชาชนที่มีจิตเลื่อมใสศรัทธาในพระโพธิสัตว์กวนอิม ได้มานมัสการ และสักการะบูชา ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น.
พระตำหนัก เป็นเรือนไทยภาคกลางใต้ถุนสูงสร้างโดยวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมีความสวยงามตามแบบฉบับเรือนไทยดั้งเดิม พระตำหนักนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับพักผ่อนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระ
บรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ พระตำหนักนี้แวดล้อม
ไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับและน้ำตกจำลองที่สวยงาม
วังปลา จัดสร้างและดำเนินงานโดยกรมประมง เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด ตัวอาคารหลักมีตู้กระจกขนาดใหญ่ จำนวน 2 ตู้ ตู้ใหญ่รูปเมล็ดถั่วมีขนาดความจุ 1,400 ตัน อีกตู้หนึ่งทรงกลมขนาดความจุ 600 ตัน ภายในตู้จะแสดงให้เห็นถึงการอยู่อาศัยร่วมกันของปลาน้ำจืดชนิดต่าง ๆ ที่เป็นปลาพื้นเมืองของไทย
เปิดให้ชม เวลา 10.00 - 16.00 น. ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร
สวนนก ดำเนินงานโดยมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า และพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระราชินูปถัมภ์ สวนนกเป็นกรงนกขนาดใหญ่ 2 กรง ภายในมีนกพันธุ์ที่หาชมได้ยากมากกว่า 30 ชนิด มีการจัดสภาพแวดล้อมภายในให้เหมือนธรรมชาติ อาทิ น้ำตกและธารน้ำจำลอง มีป่าจำลองที่ร่มรื่นใกล้เคียงกับธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีสะพานแขวนให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้น
ไปชม และถ่ายภาพนกจากด้านบนของกรงได้อย่างชัดเจน และบริเวณรอบ ๆกรงนกยังมีสัตว์ป่าอื่น ๆ ให้ชมอีกด้วย
เปิดใหชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 -19.00 น.
อัตรา ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20บาท เด็ก 10 บาท
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30–17.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30–18.00 น.
อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 50บาท เด็ก 20บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท เที่ยวชมภายในหมู่บ้านศิลปาชีพฯ "วังปลา" พิพิธภัณฑ์ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อาคารฝึก อบรมงานศิลปาชีพ "ศาลาพระมิ่งขวัญ" ซึ่งเป็นอาคารจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพของนักเรียนศิลปาชีพ สักการะบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมฯ ณ ศาลาโรงช้าง และนั่งรถไฟเล็ก ได้โดยไม่เสียค่าบริการ
สอบถามรายละเอียดที่ ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร โทร. 035-366252-4, 035-283246-9 หรือ www.bangsaiarts.com
|
| การเดินทาง |
เส้นทางที่ 1ทางหลวงหมายเลข 9 (ถ.วงแหวนตะวันตก) จากแยกทางหลวง 344 (อ.บางบัวทอง) ซึ่งมาได้จาก จ.สุพรรณบุรี
-ตลิ่งชัน หรือปทุมธานี ผ่านแยกต่างระดับสามโคก-ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถ
ตรงจนถึงศูนย์ฯ
เส้นทางที่ 2 (ทางหลวงหมายเลข 306 ถ.ติวานนท์) จากห้าแยกปากเกร็ด-ผ่านแยกสวนสมเด็จ-ผ่านแยกปากคลองรังสิต-ผ่าน
แยกบางพูน-เลี้ยวขวาที่แยกเทคโนฯปทุมธานีเข้าทางหลวงหมายเลข 347 (ปทุมธานี-บางปะหัน) ผ่านแยก
เชียงรากน้อย-เลี้ยวซ้ายทางต่างระดับเชียงรากน้อยเดินรถทางตรงผ่านแยกบ่อส่า-กลับรถใต้สะพานแม่น้ำ
เจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์
เส้นทางที่ 3 ทางด่วนสายปากเกร็ดบางปะอิน-ลงทางด่วนบางปะอินตรงผ่านแยกบ่อส่า-กลับรถใต้สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา-
เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์ฯ
เส้นทางที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 1 (ถ.พหลโยธิน) จากรังสิตหรือภาคเหนือหรือภาคอีสาน-ผ่านแยกต่างระดับบางปะอิน
เข้าทางหลวงหมายเลข 9 (ถ.วงแหวนตะวันตก) -ตรงผ่านแยกต่างระดับเชียงรากน้อย- เดินรถทางตรงผ่านแยกบ่อส่า-
กลับรถใต้สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์
เส้นทางที่ 5 ทางหลวงเอเชีย จาก อ.บางปะหัน-อยุธยา มาตามทางหลวงหมายเลข 347(ปทุมธานี-บางปะหัน) -ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา-แยกต่างระดับเชียงรากน้อยเลี้ยวขวา-เดินรถทางตรงผ่านแยกบ่อส่ากลับรถใต้สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์ฯ
เส้นทางที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 3309 (บางปะอินเชียงรากน้อย) จากทางหลวงสายเอเชีย หรืออยุธยา ผ่านหน้าโรงงานกระดาษบางปะอิน-ลอดใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกท่าน้ำบางไทร- เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์ฯ |
|
สถานที่ท่องเที่ยว จ.พระนครศรีอยุธยา |
อำเภอพระนครศรีอยุธยา
- วัดพนัญเชิงวรวิหาร
- วัดพระศรีสรรเพชญ์
- วัดไชยวัฒนาราม
- วัดพุทไธศวรรย์
- วัดราชบูรณะ
- วัดหน้าพระเมรุ หรือ วัดพระเมรุราชิการาม
- วัดพระราม
- วัดมหาธาตุ
- วัดมเหยงคณ์
- วิหารพระมงคลบพิตร
- โบสถ์เซนต์ยอเซฟ หรือ ค่ายนักบุญยอแซฟ
- พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม
- กรุงเก่ารถม้า อำเภอกรุงเก่า
- อนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์
- อาคารท้องฟ้าจำลอง
- ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
- เจดีย์พระศรีสุริโยทัย
- คุ้มขุนแผน
- ล่องเรือรอบเกาะเมือง
- หมู่บ้านโปรตุเกส
- หมู่บ้านญี่ปุ่น
- มัสยิดนูรุ้ลยะมาล
- ปางช้างอยุธยา แล เพนียด หรือ วังช้างอยุธยา
- ป้อมและปราการรอบกรุง
- พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง
- พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
- พระราชวังหลวงหรือพระราชวังโบราณ
- พระที่นั่งเพนียด
- ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา
- บริการเรือนำเที่ยวไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- พิพิธภัณฑ์เรือไทย
- ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก
- สถาบันอยุธยาศึกษา
- สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
- สวนศรีสุริโยทัย
- สวนวาสนาเมล่อน
- ตลาดน้ำอยุธยา คลองสระบัว
- วัดบรมวงศ์อิศรวราราม วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร เดิมชื่อ วัดทะเลหญ้า หรือวัดทำเลหญ้า
- วัดช้างใหญ่
- วัดเชิงท่า ชื่อเดิม วัดคอยท่า วัดโกษาวาส
- วัดวรเชษฐาราม
- วัดกษัตราธิราชวรวิหาร หรือ วัดกษัตรา หรือ วัดกษัตราราม
- วัดกล้วย
- วัดกุฎีดาว
- โบราณสถานวัดนางกุย
- วัดพิชัยสงคราม หรือ วัดพิชัย หรือ วัดพิไชย
- วัดบรมพุทธาราม
- วัดประดู่ทรงธรรม เดิมชื่อวัดประดู่โรงธรรม
- วัดภูเขาทอง
- วัดราชประดิษฐาน
- วัดสมณโกฏฐาราม
- วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร วัดเสนาสนาราม เดิมชื่อ วัดเสื่อ
- วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร เดิมชื่อ วัดทอง
- วัดธรรมาราม
- วัดท่าการ้อง
- วัดตูม
- วัดธรรมิกราช
- วัดใหญ่ชัยมงคล
- วังหลัง
อำเภอนครหลวง
- ปราสาทนครหลวง
- หมู่บ้านทำมีดอรัญญิก
อำเภอภาชี
- สวนวาสนาเมล่อน
อำเภอบ้านแพรก
- พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (ทุ่งมะขามหย่อง)
อำเภอบางซ้าย
อำเภอบางไทร
- ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
- ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ
- ชุมชนชาวญวนตำบลไม้ตรา
- ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
- ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ
- สวนกล้วยไม้บางไทรการ์เด้น
- วัดช้างใหญ่ เดิมชื่อ วัดเสาธงหิน วัดช้างเฉย
- วัดโลกยสุธา
- วัดแม่นางปลื้ม หรือ วัดนางปลื้ม หรือ วัดสมปลื้ม
อำเภอลาดบัวหลวง
- วัดสุทธาวาส วิปัสสนา เดิมเรียก วัดตะพังโคลน
อำเภอบางบาล
อำเภอมหาราช
อำเภอบางปะหัน
- วัดไก่
- วัดตาลเอน
อำเภอเสนา
- วัดบางนมโค เดิมชื่อ วัดนมโค
อำเภออุทัย
- วัดพรานนก
อำเภอบางปะอิน
- วัดนิเวศธรรมประวัติ
- พระราชวังบางปะอิน
- ตลาดโก้งโค้ง (บ้านแสงโสม)
- พิพิธภัณฑ์มอญ วัดทองบ่อ
- วัดชุมพลนิกายาราม
- วัดลาดระโหง (ศูนย์วิปัสสนาภาษาอังกฤษ)
อำเภอผักไห่
- ตลาดลาดชะโด
อำเภอท่าเรือ
- วัดสะตือ
- เขื่อนพระราม 6
อำเภอวังน้อย |
|
|
|
|
|
|
|
| ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์. 02-2505500 สายด่วน 1672 |
| ขอขอบคุณข้อมุลจากกรมอุทยานแห่งชาติ 61 ถนนพหลโยธิน แขวง เสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์. 02-561777, 02-579666 |
| ปรับปรุงล่าสุด วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555 |
| ที่ตั้ง บริษัท สไมล์ไทย อีโคทัวร์ จำกัด เลขที่ 98/81 ต.บ้านใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม 70130 |
| best view with 800*600 by IE browser Copyright (c) 2005 All Rights Reserved :: Contac me >> annop_nanya@hotmail.com |
|
สถิติผู้เข้าชม
      ขณะนี้มีผู้ชมอยู่ 132 ราย |
|
|