User ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยี่ยม
   

ให้บริการเช่ารถตู้ พร้อมคนขับ สำหรับ : ท่องเที่ยว ประชุม สัมมนา ตีกอล์ฟ รับ-ส่ง แบบรายวัน วิ่งงานประจำ
บริการเช่ารถตู้เอ็นจีวี เป็นรถตู้รุ่นใหม่ รุ่น VVT-I สามารถใช้ได้ทั้งระบบก๊าซเอ็นจีวี และระบบน้ำมัน
ที่ได้รับมาตรฐานจากศูนย์เอ็นจีวีคาร์เซ็นเตอร์ ความปลอดภัยดีเยี่ยม
เป็นรถประหยัดเชื้อเพลิง เพียง กม.ละ 1 บาท เท่านั้น ภายในรถตู้กว้าง พร้อมเครื่องเสียง ทีวี แอร์เย็นฉ่ำ
จองที่พักปาย
จองที่พักปาย
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
  NewTopic NewReply
 Topic ทริปง่าย ๆ เที่ยวเมืองไพลิน ใครไม่เคยไปต้องติดตามสนุกแน่นอน
User anna (Administrator)
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18/3/2552
โพสต์ : 83
 
Vcard 14 กุมภาพันธ์ 2557 - 09:07:12 น.  
DotE

 ทริปง่าย ๆ เที่ยวเมืองไพลิน ใครไม่เคยไปต้องติดตามสนุกแน่นอน


ทริปง่าย ๆ ที่หลายคนคงไม่รู้ว่าในกัมพูชา ที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศไทย ที่จังหวัดจันทบุรี มีจังหวัดไพลิน เป็นเมืองเล็ก ๆ ของกัมพูชา ที่แยกมาจากพะตะบองนั้น มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของผู้คนในเมืองนี้ แต่เมืองไพลินปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจของกัมพูชาไปแล้ว ข้อมูลส่วนใหญ่บนอินเตอร์เน็ตก็จะมีแต่เรื่องเศรษฐกิจ การทำธุรกิจซะมากกว่า ซึ่งแตกต่างกับผมที่จะเดินทางเข้าไปเที่ยวมากกว่า เพราะจะได้รู้ว่านอกเหนือจากคนที่จะมาทำงานในเมืองไพลินแล้ว ก็สามารถมาพักผ่อน และเที่ยวได้ ้ถ้าคิดว่าเมืองไพลินน่าเที่ยวแล้วก็ต้องติดตามการเดินทางไปพร้อมกับอันแน่ออนทัวร์ในทริปนี้ เพราะทริปการเดินทางนี้ผมเที่ยวจนได้แผลแบบว่าลุยเพลินไปหน่อย แต่ได้ประสบการณ์คุ้มค่ามาก ถ้าหากใครจะหาข้อมูลท่องเที่ยวเมืองไพลินในตอนนี้ก็ลองดูผมเดินทงได้นะ เอาแบบว่าไม่ได้เที่ยวถึงขนาดผมหรอก เอาแบบว่าเดินทางไม่ต้องเหนื่อยมาก พักไปเที่ยวไปไม่ต้องลุยเหมือนผมก็ได้
ทริปง่าย ๆ เที่ยวเมืองไพลิน
ในทริปวันหยุดการเดินทางเที่ยวเขมร จริง ๆ ผมมีเวลาในการเที่ยวที่ต่าง ๆ ไม่เกิน 5 วัน เพราะตัวผมเองยังคงต้องทำงานหาเงินเที่ยวไปแต่ละทริป ทริปหนึ่ง ๆ ก็ต้องใช้เงินในการเดินทาง กิน เที่ยว หาที่พัก และส่วนหนึ่งก็จะต้องหาเพื่อนที่สามารถช่วยด้านภาษาผมได้ดี โดยที่ต้องเลี้ยงเพื่อนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันแบบว่ากินง่าย อยู่ง่าย ไม่เรื่องมากก็ใช้เงินในแต่ละทริปไม่หนักมากซักเท่าไร เพราะภาษาอังกฤษผมมันอ่อนแอ รู้แต่งู ๆ ปลา ๆ เท่านั้น อย่างทริปนี้น้องดาเขมร ซึ่งเป็นเด็กกัมพูชาที่มาอยู่ในไทยตั้งแต่เด็ก ผมเจอแกที่พะตะบองขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่ แกพดูไทยชัดมากและเป็นกันเอง ผมเจอกันครั้งเดียวคุยกันถูกคอ ก็เลยชวนกันไปเที่ยวบ่อยครั้งเวลาได้เดินทางไปกัมพูชา จนเหมือนพี่กับน้องแล้วก็ว่าได้ เพราะแกก็ลุย ๆ ไปพร้อมกับผมพร้อมกับมอเตอร์ไซค์คู่ชีพของเขา
  
น้องดาเป็นมากกว่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง และไกด์กัมพูชา
การเดินทางผมเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ กับรถตู้ประจำทางไปยังจังหวัดจันทบุรี ตรงนี้ไม่ยากครับเพราะมีหลายวิน แต่วินที่ผมใช้ใกล้กับท่ารถโดยสารไปช่องผักกาด ตรงนี้แหละครับมันเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่รู้ และเสียเวลาจะเล่าให้ฟังครับ ผมขอแนะนำสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องนั่งรถประจำทางเที่ยว หรือหาข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดไพลินดูไว้เป็นประสบการณ์นะครับ เวลาไปที่ที่ไม่รู้จักเวลาไปถามคนแถวนั้น ก็จะได้ข้อมูลที่หลากหลายเดี๋ยวเราจะงงไปเอง ไม่รู้จะเชื่อใครดีใครดี ผมใช้บริการรถตู้โดยสาร กรุงเทพ - จันทบุรี ซอยรางน้ำ วันที่ผมไปเป็นวันสิ้นปีพอดี วันนั้นคนเยอะมากผมเลยเสียเวลารอรถ กว่าจะได้ขึ้นรถ กว่ารถจากท่า เวลาก็ปาเข้าไป็ประมาณ 8.15 น. แล้ว (เบอร์โทร์ศัพท์วินนี้ครับ เอาไว้จองล่วงหน้า 084-5668505, 084-3514353 ค่าบริการท่านละ 200 บาท)
ตั๋วรถตู้พร้อมนามบัตรวินซอยรางน้ำ กรุงเทพ - จันทบุรี
รถตู้โดยสารเริ่มออกจากท่ารถแล้ว
ช่วงนี้รถแวะเติมก๊าซ ngv
ท่ารถตู้จันทบุรี - กรุงเทพ ตรงข้ามโรบินสันจันทบุรี
ทริปนี้เสียเวลารถติดบนถนนอีก กว่าจะไปถึงจันทบุรีประมาณ 12.10 น. ผมลงรถตู้ที่บริเวณท่ารถตู้จันทบุรี (อยู่ตรงข้ามกับห้างโรบินสันจันทบุรี) ก็ถามคนขายตั๋วว่าท่ารถไปบ้านผักกาดอยู่ที่ไหนครับ เขาบอกว่าให้เดินเข้าไปไม่เกิน 500 เมตร จะเห็นเลย ผมก็เดินเข้าไปแบบกล้าๆ กลัว ๆ เพราะข้างในเหมือนจะไม่มีท่ารถ เห็นแต่ห้องแถว เดินไปเกือบ ๆ จะสุดทางมีป้ายคิวรถตู้ฟ้า จันทบุรี - บ้านผักกาด เบอร์โทร 085-1162335, 086-8237455 ตรงนี้แหละคือใจความสำคัญ โทรไปถามเจ้าของท่าบอกว่ารถหมด 12.00 น. บอกให้เขาวนมารับหน่อยได้ไหม เดี๋ยวจ่ายเงินเพิ่มก็ได้ เจ้าของท่ารถบอกรถไปไกลแล้ว ผมถามเขาตอน 12.10 น. แค่ 10 นาที เองนะ เจ้าของท่าบอกว่าไปไกลแล้ว ผมถามเขาว่ามีท่ารถตู้ไหนบ้านผักกาดที่ไหนอีกไหม เขาบอกว่าไม่มีแล้วนอกจากที่นี่ สรุปว่าผมตกรถ ต้องรอเที่ยว 18.00 น. เซ็งเลย (ตรงนี้เป็นประเด็นที่ผมคิดว่ามันเป็นธุรกิจของคิวรถตู้ทั่วไป ที่เจ้าของวินตั๋วฟ้าจันทบุรี--บ้านผักกาด จะไม่บอกให้ผมรู้ว่ามีอีกท่ารถออกจากบ้านไปจันทบุรีไปบ้านผักกาดตอน 12.30 น. โดยผมมารู้เองตอนหลัง) เดี๋ยวเล่าให้ฟังต่อครับ
  
คิวรถตู้บ้านตั๋วฟ้า จันทบุรี - บ้านผักกาด รถหมด 12.00 น.
คิวรถตู้ตั๋วฟ้า จันทบุรี - บ้านผักกาด ตรงข้ามห้างโรบินสันจันทบุรี
ผมออกจากที่ท่ารถตู้ตั๋วฟ้า จันทบุรี บ้านผักกาด ก็ไปกินข้าวหน้าตรงข้ามห้างโรบินสันจันทบุรีนั่งตั้งหลักซักพัก ก็ถามเจ้าของร้านว่าที่ไหนมีที่เที่ยวแถวนี้บ้าง เขาก็บอกว่ามีแต่ห้างโรบินสันนี่แหละ มีของขายเยอะ 
 
ร้านอาหารตรงข้ามห้างโรบินสันจันทบุรี
ผมคิดว่าลองเดินเที่ยวตลาดนัดจตุจักรห้างโรบินสันจันทบุรีไปเรื่อย ๆ ดูก่อน เผื่อจะถามใครได้บ้างว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวบ้างในบริเวณนี้ ลองดูบรรยากาศตลาดนัดจตุจักรจันทบุรีที่ห้างโรบินสันก่อนครับ
  
จากนั้นผมเปิดจีพีเอส เห็นตำแหน่งของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เลยถามคนแถวนั้นว่าที่ไหน เขาก็ชี้ทางและบอกว่าทุ่งนาเชย เป็นที่นั่งพักผ่อนของคนจันทบุรี และวันนี้ก็มีงานประจำปีด้วย ผมเดินทางออกจากห้างโรบินสันได้ไม่ไกลผ่านหน้าเซเว่นข้างห้างโรบินสัน เดินไปอีกนิดก็มีคลองกั้น มินิมาร์ทสแควจันทบุรีตรงสามแยก แล้วก็ต้องเสะดุดตากับป้ายคิวรถตู้ตั๋วขาว ป๋าอี๊ด รถออก 09.30 น. - 12.30 น. โทร. 081-9826284, 081-3998025 ผมโทรไปถามพี่แกคุยดีมากบอกว่ามาที่เขาไม่ผิดหวัง และรถออก 6 โมงเย็น 18.00 น. ถ้ามีคนเต็มเขาออกก่อนเวลา และโดยส่วนใหญ่ช่วงเย็นจะมีแต่คนไปเล่นคาสิโน แต่ถ้าวันนี้ผมจะไปหน้าด่าน เขาจะให้คนรถทำเวลาเพื่อให้ผมมีเวลาทำเอกสารก่อนด่านปิด 15 นาที (ว้าว ตรงนี้แหละที่ป๋าอีกพูดแล้วได้ใจผมไปเลย เย็นนี้ผมมาจะไปบ้านผักกาดที่ท่ารถตั๋วขาว ป๋าอี๊ดนี่แหละ) ส่วนค่าตั๋วราคาคนละ 150 บาท
  
ท่ารถตู้ป๋าอี๊ดตั๋วขาว จันทบุรี - ผักกาด
คิวรถตู้จันทบุรี - ผักกาด ป๋าอี๊ดตั๋วขาว อยู่หน้ามินิมาร์ทสแควจันทบุรี
ลานด้านหน้ามินิมาร์ทสแควจันทบุรีมีที่จอดรถด้วย
ตั๋วรถตู้ไปบ้านผักกาด ราคาคนละ 150 บาท
คิวรถตู้ป๋าอี๊ดตั๋วขาว มินิมาร์ทสแควจันทบุรี จันทบุรี - ผักกาด
ระหว่างนี้ผมก็ใช้เวลาไปเที่ยวทุ่งนาเชยว่าคืออะไร แล้วที่นั่นกำลังมีงานประจำปีด้วยอะไป คำตอบก็คือเป็นสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และบริเวณรอบ ๆ มีการจัดงานประจำปีของจังหวัดจันทบุรีด้วย ผมจึงใช้โอกาสนี้นั่งพักผ่อนให้หายร้อนก่อน จากนั้นก็เดินทางเที่ยวภายในงานประจำปีจันทบุรี หาของกินอร่อย ๆ กินไป จนได้เวลาก็เดินทางกลับไปยังคิวรถตู้ตั๋วขาว ป๋าอี๊ด

   
 
อนุสารณ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 
สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ทุ่งนาเชย
ทุ่งนาเชย สวนสาธารณะจันทบุรี
ผมเดินทางเท้ามารอรถออกก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง ระหว่างระนั้นก็จะมีบรรดานักเสี่ยงโชคทยอยมารอรถจนเกือบเต็ม พอได้เวลา 18.00 น. ป๋าอี๊ดกำชับคนขับบอกทำเวลาให้ผมหน่อยเพราะจะได้ทำเอกสารทัน เพราะว่ามีผมคนเดียวที่จะข้ามไปเที่ยวกัมพูชา ส่วนที่เหลือในรถนั้นเป็นลูกค้าประจำของป๋าอี๊ดที่จะข้ามไปเสี่ยงโชคในคาสิโนบ้านผักกาด ผมเดินทางมาถึงด่านประมาณ 19.45 น. มีเวลาทำเอกสารแค่ 15 นาที โดยไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปเพราะกลัวด่านจะปิด ผมกรอกหนังสือผ่านแดนโดยเร็ว เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยก็อำนวยความสะดวกอย่างดี มาถึงหน้าด่านมีมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาถามว่าจะไปไหมจะพาไปถึงหน้าด่าน ผมเองก็กลัวไม่ทันเลยถามเขาว่ากี่บาทเขาบอกว่า 20 บาท ผมบอกเดินดีกว่าทั้งที่ไม่รู้ว่าจะไกลหรือเปล่า เขาบอกขึ้นมาเลย ขี่มาไม่ถึง 200 เมตร ถึงด่านกัมพูชา เขาขอ 20 บาท ผมไม่อยากเสียเวลาพูดให้ไป 20 บาท แล้วรีบไปทำเอกสารข้ามแดนฝั่งกัมพูชาไม่นานก็เสร็จ สรุปว่าค่าผ่านแดนไม่เสียเลยทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา แต่เสียค่าเสียรู้ให้กับมอเตอร์ไซค์รับจ้างกัมพูชาหน้าด่านบ้านผักกาดไป 20 บาท (ขำตัวเองไปด่านกัมพูชาด่านไหนก็โดนทุกด่าน โดนทุกงาน)
 
ฝั่งตรงข้ามกับบ้านผักกาด เป็นของฝั่งกัมพูชาเรียกว่า ด่านดราย (dry) มีตลาด มีคาสิโน มีร้านค้า ร้านอาหาร เกสท์เฮ้าส์มากมาย แหล่งบังเทิงบริเวณคาสิโน ก็เยอะเอาเป็นว่าถ้าอยู่ริมตะเข็บชายแดนไม่เงียบเหงา ถ้าเข้าไปเที่ยวเล่นคงได้เจอคนไทยไม่ใช่น้อย แต่ผมคงต้องเดินทางเข้าไปตัวเมืองไพลิน ซึ่งตอนนี้กำลังรอดาที่ขี่มอเตอร์ไซค์มารับ สำหรับคนที่จะเดินทางเข้าไปในช่วงเวลากลางวันก็มีรถรับจ้างแท็กซี่ รถประจำทางบริการ แต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืนพวกแท็กซี่ รถรับจ้าง มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็จะอัพราคา เพราะหน้าด่านหน้าด่านดรายคนกัมพูชาพูดไทยได้เกือบทั้งนั้น เอาเป็นว่าถ้าไปไม่ได้นอนที่นี่ซักคืน เช้า ๆ เที่ยวตลาดดราย แล้วค่อยนั่งรถไปเมืองไพลิน
 
ด่านชายแดนไทยกัมพูชามีร้านค้าและตลาดดราย
คาสิโนที่ชายแดนบ้านผักกาด ด่านชายแดนไทยกัมพูชา
ระหว่างยืนรอดาก็คุยกับคนเขมรที่วนเวียนมาถามผมว่าจะไปไหน แล้วก็จะให้ไปส่งไหน หรือจะไปคาสิโน ผมก็เออออไปเรื่อย แต่บอกว่าเดี๋ยวมีเพื่อนมารับไปเมืองไพลิน เลยถามกับมอเตอร์ไซค์รับจ้างคนหนึ่งว่าคนไทยมาเที่ยวเยอะไหม สรุปคือคนไทยมาแต่คาสิโนเป็นส่วนใหญ่ เที่ยวแบบผมหนะแทบไม่เห็นเลย จนดามาถึงผมกับดาก็เดินทางท่ามกลางความมืด บรรยากาศเย็น ๆ หนาว ๆ เพื่อมุ่งหน้าไปเมืองไพลิน ระหว่างทางมีไฟก็แวะไปบ้างถ้าเห็นมีไฟมีร้านค้า ก็จะลงไปดูเขาขายอะไร มีอะไรให้กินหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ได้ดูบรรยากาศยามค่ำคืน เห็นดาวเต็มท้องฟ้าตลอดทางไปจนถึงเมืองไพลินเลย

เมื่อถึงเมืองไพลินผมก็มองหาที่พักในเวลายามค่ำคืน ปรากฏว่าที่เมืองไพลินจะมืด ๆ หน่อย และช่วงเวลาที่ผมไปถึงก็ประมาณสามทุ่มกว่า ๆ บวกกับในเมืองไพลินมีงานแต่งงานใหญ่ เลยทำให้ห้องพักที่ผมเห็นว่าน่าจะดีเต็มแล้ว ดาเลยพาขับไปเรื่อย ๆ เห็นที่พักติดกับตัวตลาดเมืองไพลิน จึงตัดสินใจนอนที่นี่แหละ เพราะถ้าจะหาที่อื่นคงไม่มีแล้ว ส่วนตอนเช้า ๆ จะได้เดินมาเที่ยวตลาดไพลินได้ง่าย ๆ เลย

ห้องพักเป็นห้องราคาไม่แพง ชื่อกิมโยงเหง นามบัตรมีภาษาไทยบอกด้วย ส่วนค่าเช่าห้องคืนละประมาณ 250 บาท ส่วนความสะอาดนั้นไม่ต้องพูดถึง ผมเดินเข้าไปก็ได้กลิ่นอับมา ส่วนบรรยากาศในห้องพักไม่ได้สวยหรูอะไรมากนัก ผนังห้องก็เป็นรอยสีลอกเป็นหย่อมๆ ตู้เก็บเสื้อผ้าแทบไม่อยากเปิดกลัวมีอะไรซ่อนอยู่ ส่วนเตียงนอนก็พอได้แต่ต้องเอาผ้าปิดจมูกนอน ส่วนห้องน้ำก็ดีกว่าไปเข้าตามส้วมสาธารณะ ผมเป็นคนอยู่ง่ายกินง่ายเลยไม่มีปัญหา เพราะว่าโรงแรมนี้น่าจะเป็นพวกที่ขับรถขนส่งไปมาพักมากกว่า แต่ถ้าใครจะเข้ามาพักที่เมืองไพลิน ผมแนะนำว่าถ้ารักสบาย ๆ ต้องไปนอนแถวคาสิโนน่าจะดีกว่า แต่ตอนนี้ผมเห็นเขากำลังสร้างโรงแรมใหม่ในเมืองไพลินอีกหน่อยน่าจะมีห้องพักดี ๆ เยอะกว่านี้ แต่ขอชมว่าที่นี่อินเตอร์เน็ตเร็วดีมาก ๆ เลย (แทบไม่ได้นอนเลยนอนไม่หลับนั่งเล่นเน็ตเกือบทั้งคืน)

ห้องพักราคาต่ำในไพลิน แต่คุณภาพก็สมกับราคา กิมโยงเหง pailin guesthouse
ห้องพักราคาต่ำในไพลิน
เตียงนอนบ้านพักกิมโยงเหง กรุงไพลีน
ห้องน้ำในห้องพักบ้านพักกิมโยงเหง กรุงไพลีน
ตู้เสื้อผ้า ทีวี Wifire
นามบัตรบ้านพักกิมโยงเหง กรุงไพลีน
คืนนี้ผมยังไม่ได้นอนครับ เพราะยังไม่ได้กินอะไรแบบหนักท้องตั้งแต่ช่วงบ่ายเลย ผมชวนดาออกไปหาอะไรที่ไหนก็ได้ที่พอจะมีอาหารกินได้ ก็ไปเห็นร้านอาหารที่น่าจะเป็นถนนที่มีอาหารขาย แต่ก็ใช่ว่าจะเยอะมากมายเพราะจากสายตาไม่น่ามีร้านค้าถึงสิบร้านค้า แต่ที่แน่ ๆ มีร้านอาหารตามสั่งที่น่าจะฝากท้องได้คืนนี้ ระหว่างนั้นก็เลยเดินชมร้านขายของในเมืองไพลินว่ามีอะไรขายในช่วงเวลาค่ำคืนแบบนี้ ก็มีตั้งแต่ขนมหวานเหมือนกับบ้านเรา ร้านขายผลไม้ของดอง ร้านขายลูกชิ้น ร้านปลาท่องโก๋ น้ำผลไม้ปั่น

food street in pailin city
ถนนย่านร้านอาหารค่ำในกรุงไพลิน
ร้านอาหารที่วัยรุ่นกรุงไพลินจะแวะเวียนมากินอาหารในช่วงค่ำคืน
ร้านอาหารตามสั่งในร้านอาหารยามค่ำคืน
ผมสั่งข้าวต้มไก่ร้อน ๆ หนึ่งชามมากินแก้หนาว 1 ชาม แต่เขาทำใส่ชามมาเบ้อเร้อเลยแบเต็ม ๆ สงสัยกลัวผมจะกินไม่อิ่มหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่หน้าตาข้าวต้มของเขาก็น่ากินมีเครื่องในไก่ มีเนื้อไก่ มีไข่ด้วย ส่วนรสชาติผมว่าอร่อยเข้มข้นนะเหมือนสมัยเด็กที่แม่ผมต้มข้าวต้มกุ้ยเป็นหม้อ ๆ ให้ผมกินตอนเด็ก ส่วนดากินก๋วยเตี๋ยวไก่ไปพร้อม ๆ กับแซวสาว ๆ เมืองไพลินที่มานั่งโต๊ะเดียวกัน

ร้านอาหารตามสั่งในกรุงไพลินช่วงหัวค่ำ
วัยรุ่นกรุงไพลินมาใช้บริการนี้คึกคักกว่าร้านอื่น ๆ
หลังจากที่ได้พักผ่อนแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ ช่วงเช้า ๆ ก็เดินไปเที่ยวตลาดเมืองไพลินกันต่อ จากที่พักเดินไปนิดเดียวก็ถึงทางเข้าตลาด ด้านหน้าจะเป็นตลาดขายพวกร้านขายข้าวของเครื่องใช้จิปาถะหลายร้านค้า ตรงกลางตลาดจะเป็นร้านของกินมากมาย อาทิ ร้านข้าว ร้านกาแฟ ร้านขายก๋วยเตี๋ยว ถัดไปจากร้านอาหารก็เป็นร้านขายทอง ส่วนท้าย ๆ ตลาดก็เป็นตลาดสด ผมชอบการเดินเที่ยวตลาดสดมากกว่าเพราะจะได้เห็นคนเยอะแยะนำสินค้ามาขาย รวมถึงได้เห็นสินค้าที่บางครั้งเป็นสัตว์ป่า หรือสัตว์ที่น้อยครั้งจะได้เห็น หรืออาจจะได้เห็นอาหาร ขนมพื้นบ้านของเมือง ๆ นั้น

ทางเข้าตลาดไพลิน
ตลาดไพลินกำลังวางท่อระบายน้ำใหม่
ร้านค้าในตลาดไพลิน
ปูเค็ม
ตลาดเช้าไพลินคึกคักมาก
ร้านขายปลา
สมุนไพรยา มีปลาดาวด้วยแฮะ
ตลาดสดไพลิน
แผงขายผักในตลาดไพลิน
แผงขายปลาในตลาดไพลิน
เดินกันจนท้องเริ่มร้องแล้วปกติผมจะดื่มกาแฟเช้า ๆ มากกว่า แต่คิดว่ากินก่อนกันไว้ตอนกลางวันไม่ได้กิน หรืออาจจะไม่มีร้านค้าดี ๆ ให้ได้กิน สรุปได้ว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูร้อน ๆ ในตลาดไพลินกันก่อนจะเดินทางต่อ

หน้าร้านอาหารขายก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม ข้าวหมูย่าง ปลาท่องโก๋ ตลาดไพลิน
ก๋วยเตี๋ยวหมูกัมพูชา
ข้าวหน้าหมูย่าง ไข่เจียว
เครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยว
ผมยังคงวนเวียนในเมืองไพลินในช่วงเช้า ๆ มองหาสิ่งสวย ๆ ที่อยู่ในเมืองไพลิน เพื่อที่จะได้เก็บภาพเก็บความประทับใจ ก็ไปอยู่บริเวณเนินเขาระหว่างวัดรัตนโสภณ ซึ่งวัดนี้มีกำแพงนูนต่ำที่สวย และวัดพนมหยาด ซึ่งมียายหยาดเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไพลิน ซึ่งจุดนี้มองเห็นวิวสวย ๆ ของเมืองไพลิน และเห็นภูเขาสูงใหญ่ยาวอยู่ด้านหน้า ส่วนตามพื้นดินมีทุ่งหญ้าเขียวขจี สลับกับสวนผลไม้ด้านล่าง สวยงามแบบสบายตามาก ที่แห่งนี้หนุ่มสาวในเมืองไพลินจะแวะเวียนมานั่งคุย จู๋จี๋ตามประสา เพราะมีร้านค้าเล็ก ๆ และโขดหินให้นั่งเล่นดูวิวสวย ๆ จนพระอาทิตย์ลับแสง

ด้านหน้าวัดรัตนโสภณ มีรูปปั้นนูนการกวนมหาสมุทร
ผมเดินทางต่อไปยังวัดพนมหยาด เพื่อสักการะรูปปั้นยายหยาดซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไพลิน และเดินขึ้นไปไว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนวัดพนมหยาด ด้านบนยังมีพระเจดีย์สถาปัตยกรรมแบบพม่า จากจุดนี้ถ้ามาช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้อย่างสวยงาม

รูปปั้นยายหยาด
ศาลาที่ตั้งรูปปั้นยายหยาด
ร้านขายของด้านล่างทางขึ้นวัดพนมหยาด
พระพุทธรูปขนาดใหญ่บนวัดพยมหยาด
รูปปั้นในวัดพนมหยาด
Wat Phnom Yaht
Wat Phnom Yaht
รูปปั้นยายหยาดบนวัดพนมหยาด
จำลองนรกภูมิ
พระอุโบสถวัดพนมหยาด
ตู้รับบริจาคเงินเข้าวัดพนมหยาด
รูปปั้นยักษ์หน้าทางเข้าพระอุโบสถวัดพนมหยาด
เจดีย์บนวัดพนมหยาด
พระอุโบสถวัดพนมหยาด
วิวบนด้านบนวัดพนมหยาด
Wat Phnom Yaht Pagoda
ผมเดินทางไปเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทางต่อ เพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวเมืองไพลินที่คิดว่าน่าจะเป็นแรงดึงดูดของนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่คาดว่าอนาคตคงจะได้รับความนิมยมอยู่มากก็คือ น้ำตกเขาเขียว หรือน้ำตกไพลิน เพราะข้อมูลที่เที่ยวแห่งนี้ในอินเตอร์เน็ตน้อยมาก มีแต่รูปนิดหน่อยมีอยู่ 9 ชั้น ผมต้องให้ดาไปถามเพื่อน ๆ ที่อยู่แถวนี้ก่อนว่าเดินทางลำบากไหม แล้วสวยขนาดไหน ต้องมีคนนำทางไหม สรุปก็คือต้องไปให้ได้แต่จะสวยไม่สวย หรือไปได้หรือไม่ค่อยว่ากันอีกที ทางไปน้ำตกไพลินอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองไพลิน อยู่เส้นทางหลักทางที่จะไปพะตะบอง แล้วขับเข้าไปเป็นทางลูกรังอีกประมาณ 6.5 กิโลเมตร ส่วนวิวข้างทางสวยมาก มีธารน้ำไหลเห็นตลอด บางช่วงเป็นไร่สวนของคนกัมพูชา ด้านหน้าก็เป็นภูเขาสูงสลับกับสายหมอก
ทางเข้าน้ำตกไพลิน
เส้นนทางระหว่างไปน้ำตกไพลิน
สายน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกไพลิน
สายน้ำที่ไหลจากน้ำตกไพลิน
เดินเล่นน้ำตกไพลิน
ทางขาดอยู่ระหว่างการทำสะพานใหม่
ธรรมชาติในเขาเขียว
ส่วนทางเข้าน้ำตกไม่ดีเพราะทางเสียหาย ช่วงที่ผมเข้าไปเที่ยวอยู่ระหว่างการทำทางใหม่ น้ำตกก็มีให้เห็นถือว่าสวย ผมไปเที่ยวแค่ประมาณชั้นที่ 7 ได้ จริง ๆ แล้วยังมีสวยกว่านี้แต่ไม่มีคนไปเที่ยวเลย มีผมกับดาเท่านั้นตอนที่ไปเที่ยว แต่ก่อนหน้านี้มีพระสงฆ์มาประมาณ 3 รูป สวนผมกับตอนผมตกสะพานที่ระหว่างซ่อมทาง เพราะสะพานที่ข้ามเป็นไม้อ่อนผมถือเป็นหนักจึงทำให้ไม้โยกไปมาหล่นสะพานเอาแบบว่าหน้าทิ่มเลย แต่เอามือค้ำไว้ก่อนมือกับขาจึงถลอกเป็นแผลปวดเลย พระสงฆ์ที่ผ่านมารีบวิ่งมาช่วยดึงผมขึ้นจากสะพานไม่งั้นลุกไม่ขึ้นแน่ ส่วนเป้จมน้ำไปครึ่งหนึ่งโน๊ตบุ๊คที่อยู่ในเป้เปียกไปหน่อย ๆ ต้องรีบเอาโน๊ตบุ๊คมาเก็บไว้ในกระเป๋าแทน ส่วนดาจูงมอเตอร์ไซค์ข้ามลำน้ำที่ยังทำทางไม่เสร็จ มีประมาณอยู่ 3 ช่วงที่กำลังสร้างสะพานที่ยังไม่เสร็จ แต่ไม่ใช่ปัญหาผมยังเดินทางขึ้นไปต่อจนเห็นน้ำตกชั้นที่สวย ๆ แผลทีเกิดขึ้นก็ไม่รู้สึกเลย ผมคิดว่าอีกหน่อยทางดีคนคงมาเที่ยวเยอะถ้าผมมาที่เมืองนี้อีก กะว่าครั้งหน้าจะต้องขึ้นไปน้ำตกชั้นที่ 9 ที่คิดว่าน่าจะสวยมาก ๆ เลย แค่ชั้นที่ 7 ผมก็เดินเล่นน้ำกันพักใหญ่ ๆ เลย แต่ทริปนี้ยังไม่จบ ผมขอต่อไปอีกนิดที่เขตพะตะบองครับ เพราะว่ามีอีกที่หนึ่งที่ว่าสวย แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จักแต่ดาก็พาผมไปได้
น้ำตกไพลิน หรือน้ำตกเขาเขียว
น้ำตกไพลินแต่ละชั้น
จุดชมน้ำตกไพลิน
เดินลงไปน้ำตกไพลิน
แอ่งน้ำสามารถลงเล่นได้
น้ำตกไพลิน
ถ่ายรูปกับน้ำตกไพลิน
ด้านล่างช่วงเทศกาลจะมีร้านอาหาร
น้ำตกไพลินชั้นที่ 7
Pailin Waterfall
ด้านบนน้ำตกไพลินเป็นร้านอาหาร
<< อ่านต่อหน้า2>>

DotE
LastUpdate ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 - 19:44:38 น.
 
Information ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ Email annop_nanya@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
Copyright © 2009 www.annaontour.com. All rights reserved.
Untitled Document
สถิติผู้เข้าชม ขณะนี้มีผู้ชมอยู่ 34 ราย