Unseen
วัดจมน้ำ
ทะเลแหวก
ปางอุ๋ง
ถ้ำลอด
เขาสก
ถ้ำเลเขากอบ
ภูผาเทิบ
ปูไก่ สิมิลัน
พ า เ ที่ ย ว     ว น ส นุ ก      ไ ป ก ับ เ ร า
 
ให้บริการเช่ารถตู้ พร้อมคนขับ สำหรับ : ท่องเที่ยว ประชุม สัมมนา ตีกอล์ฟ รับ-ส่ง เช่ารถตู้ทั่วไป เช่ารถตู้เหมา เช่ารถตู้วิ่งประจำ
บริการเช่ารถตู้เอ็นจีวี เป็นรถตู้รุ่นใหม่ เป็นรถก๊าซเอ็นจีวี รุ่น VVT-I ที่ได้รับมาตรฐานจากศูนย์เอ็นจีวีคาร์เซ็นเตอร์ ความปลอดภัยดีเยี่ยม
เป็นรถประหยัดเชื้อเพลิง เพียง กม.ละ 1 บาท เท่านั้น ภายในรถตู้กว้าง พร้อมเครื่องเสียง ทีวี แอร์เย็นฉ่ำ
.......... อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บ้านกร่าง พะเนินทุ่ง ..... ควาทรงจำที่ยังตรึงใจฉันอยู่เสมอ
........... เพียงรอว่าซักวันว่าจะได้มีโอกาสไปเยือนอีกครั้ง......เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ
่...........  สู่ธรรมชาติที่สวยงาม................. ภาพของสัตว์ป่า แมลง ต้นไม้ ภูเขา น้ำตก
............. .ยังคงเรียกหาให้ไปสัมผัสมันอีกครั้ง................
 
ผมจำได้ว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ช่วงต้นเดือนมิถุนายน (กำลังเข้าสู่หน้าฝน) ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวแบบลุย ลุย กับสมาชิกเพื่อน ๆ ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 5 คนด้วยกัน ตอนนั้นมีสโลแกนของการท่องเที่ยวออกตามสื่อโทรทัศน์บ่อย ๆ ว่า "เที่ยวเมืองไทยไม่แพงอย่างที่คุณคิด" จึงเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราได้ไปเที่ยวและพักผ่อน โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด การเดินทางครั้งนี้จึงเกิดขึ้นแบบกระทันหันก่อนการเดินทางเพียง 1 วันเท่านั้น พวกเราคิดว่าเราจะใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 3 วัน 2 คืน โดยการเดินทางครั้งนี้เราจะใช้บริการรรถประจำทาง และอาศัยโบกรถที่ผ่านเส้นทางที่เรากำลังเดินทางไป พวกเราจัดเตรียมสัมภาระก่อนที่จะเดินทางในวันรุ่งเช้า
ในรุ่งเช้าของวันอังคาร เรานัดเจอกันตอน 08.00 น. ที่หน้า ม.ศิลปากรวิทยาเขตสนามจันทร์ จ.นครปฐม โดยมีจุดหมายแรกคือตัวเมือง จ.เพชรบุรี เมื่อสมาชิกทุกคนมาถึงเราก็ขึ้นรถ กรุงเทพฯ-เพชรบุรี ค่าโดยสารตอนนั้นประมาณคนละ 100 บาท ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. พวกเราก็อยู่ในตัวเมืองเพชรบุรีแล้ว ตอนนั้นพวกเราก็มองหารถที่จะพาพวกเราไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แต่ก็ยังไม่รู้จะไปอย่างไร เลยสอบถามวินเตอร์ไซด์แถวนั้นก็ได้ความว่า รถจะผ่านเส้นที่เรากำลังรอนี่แหละให้พวกเรารอก่อนอีกไม่นานรถก็คงจะมาแล้ว ช่วงเวลาที่เรารอก็รีบหาอาหารรองท้องกันก่อนเพราะเรายังไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีร้านค้าหรือปล่าว อีกไม่นานก็มีรถประจำทางหกล้อ ที่นั่งสองแถวผ่านมา หน้ารถมีป้ายเขียนว่า เพชรบุรี-ท่ายาง จอดรอผู้โดยสารอยู่ วินมอเตอร์ไซด์ตะโกนบอกพวกเราว่ารถมาแล้วให้รีบขึ้นรถ พวกเรารีบวิ่งออกจากร้านอาหารและขึ้นรถทันทีโดยไม่รอช้า เมื่อขึ้นรถแล้วเราก็สำรวจความเรียบร้อยของสัมภาระและก็ไม่ลืมที่จะสำรวจสมาชิกในกลุ่มก็ปรากฏว่าครบ 5 คนครับ รถจึงออกเดินทาง ผมมองสำรวจผู้โดยสารบนรถว่ามีใครจะมาเที่ยวแบบพวกเราหรือปล่าวปรากฏว่าไม่มีเลยครับ ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน และคนพื้นที่ ผมเลยสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านว่ารถจะไปลงที่ไหน ชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งเป็นคุณป้าหน้าตาใจดีบอกว่ารถจะไปจอดที่หน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พวกเราโล่งใจเมื่อได้ยินคุณป้าใจดีบอกกับพวกเรา แต่ก่อนจะถึงอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานผู้โดยสารที่ขึ้นมากับพวกเราก็ลงจากรถหมด เหลือแต่พวกเรา 5 คน ที่ยังคงนั่งอยู่ เมื่อมาถึงทางเข้าอุทยานคนขับรถก็บอกว่าส่งได้แค่นี้แหละ ต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 3 กม. ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ด้วยความเป็นกังวลว่าสัมภาระที่เรานำไปกับระยะการเดินทางไปอุทยานฯ จะทำให้เราเดินทางล่าาช้า ผมจึงคุยและต่อรองราคาให้พาไปส่งยังที่ทำการอุทยาน โดยให้ค่าพาไปส่งต่างหาก 100 บาท คนขับตอบตกลง เมื่อมาถึงอุทยานเราก็ให้ค่ารถคนละประมาณ 30-40 บาท และค่าจ้างต่างหากอีก 100 บาท แก่ขับคน คนขับบอกกับเราว่าอาจไม่มีรถขึ้นไปข้างบน เพราะเป็นช่วงวันปกติ และถ้าไม่มีรถขึ้นไปข้างบนเขามีรถญาติที่สามารถจะพาขึ้นไปได้ เขาจึงทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้และจากพวกเราไป จากนั้นพวกเรติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อชำระค่าเข้าคนละ 30 บาท ตอนแรกพวกเรากะว่าจะพักอยู่บริเวณที่ทำการอุทยาน แต่อยู่ได้ซักพักก็คิดว่าอยากจะพักแบบเป็นธรรมชาติและต้องการดูทะเลหมอกยามเช้า เลยตัดสินใจไปพักที่บ้านกร่างแคมป์ พวกเราเลยมองหารถเช่าที่อุทยานฯ ปรากฏว่ามีรถกระบะสีล้อ สองแถวให้บริการเช่า เราเลยไปสอบถามราคาเขาบอกว่าคันละ 1,000 บาท ผมจึงขอต่อรองราคากับคนขับ คนขับก็ไม่ยอม (คงคิดว่ามีรถเขาคันเดียว และพวกเราคงไม่มีรถไปแน่) ผมกับเพื่อน ๆ เลยตัดสินใจใช้บริการของญาติคนขับรถหกล้อที่ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้เรา เมื่อเราโทรไปและขอต่อรองราคาที่จะขึ้นไปบ้านกร่างที่คนละ 120 บาท (รวมเป็นเงิน 600 บาท) เขาตอบตกลง และพาพวกเราขึ้นไปบนบ้านกร่างแคมป์ทันที เมื่อไปถึงบ้านกร่างแคมป์เรานำสัมภาระลงจากรถและกล่าวคำขอบคุณ พร้อมจ่ายเงินทันที จากนั้นเราจึงมอง หาที่กางเต๊นท์ เรามองไปรอบ ๆ ลานกางเต๊นท์ ก็เห็นที่กางอยู่มี 2 หลังด้วยกัน เราจึงตัดสินใจกางเต๊นท์ใกล้ ๆ กับสองเต๊นท์นั้น เราใช้เวลากางเต๊นท์ประมาณ 30 นาที ก็เสร็จเรียบร้อย
พวกเราจึงเดินสำรวจรอบ ๆ และชมผีเสื้อที่มาหากินที่ลานผีเสื้ออย่างเพลิดเพลิน ไม่นานผมก็เหลือบไปเห็นสัตว์คล้าย ๆ เหมือนกระรอกบนต้นไม้แต่ไม่แนใจว่าใช่กระรอกหรือเปล่า และติดต่อเจ้าหน้าที่ดูแลพร้อมให้ข้อมูลปรากฏว่าเป็นพญากระรอก ซึ่งผมก็พึ่งเห็นนี่แหละสวยจริง ๆ ครับ หางยาวมาก นั่งชมไปชมมาก็มีนกต่าง ๆ มากมายแบบไม่เคยเห็นแถวบ้านบินไปมาและส่งเสียงร้องแบบไม่คุ้นหูเอาเลย จนเวลาเกือบ 18.00 น. ก็มีฝูงอะไรไม่ทราบส่งเสียงร้องเหมือนลิง เลยขอคำตอบจากเจ้าหน้าที่ปรากฏว่าเป็นค่างที่กำลังจะกลับรัง เราจึงขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เสียสละเวลาให้คำตอบเรา ตอนนี้พวกเรารู้สึกหิวกันทุกคนแล้วเพราะวันนี้พึ่งมีอาหารตกถึงท้องแค่เพียงมื้อเดียว บนบ้านกร่างแคมป์ก็ไม่มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ พวกเราจงลงมือทำปรุงอาหารประจำทริปคือ มาม่า+ปลากระป๋อง หลังจากเสร็จสับกับอาหารมื้อเย็นก็เข้านอน เพราะมองไปทางไหนก็มืดไปหมด เห็นมีไฟฟ้าก็ที่ทำการของเจ้าหน้าที่เท่านั้น โทรศัพท์บนบ้านกร่างแคมป์ก็ไม่มีคลื่นสัญญาณ จึงตัดสินใจเข้านอน แต่นอนไปได้ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเข้ามาปลุกและบอกพวกเราว่าให้เอาเต๊นท์ไปกางที่แถวบ้านพักของเจ้าหน้าที่ เพราะฝนกำลังจะตกและสัตว์ก็ออกหากินช่วงกลางคืน พวกเราก็อึ้งแต่ก็ไม่รอช้ารีบขนเต๊นท์ไปกางแถวบ้านพักเจ้าหน้าที่ทันที แต่ผมก็ยังสงสัยว่ามีสัตว์ป่ามาหากินตอนกลางคืนอจริงหรือ อยากให้ช่วยพาไปดูหน่อยได้ไหม เจ้าหน้าที่ตอบตกลงเราจึงมีโอกาสได้ชมสัตว์เวลากลางคืน เจ้าหน้าที่พกไฟฉายและพาพวกเราไปที่ครัวแคมป์บ้านกร่าง ประมาณ 2 ทุ่ม เศษพวกเราก็เห็นตาอะไรอยู่ในความมืดไม่รู้ประมาณ 3 คู่ เดินทาเข้ามาทางครัวแคมป์บ้านกร่าง ดวงตาแวววาวจนทำให้พวกเราอยากเห็นตัว เมื่อเจ้าหน้าที่เอาไฟฉายส่องไปปรากฏว่าเป็น อีเห็น 1 ตัว กับชะมด 2 ตัว ที่กำลังออกหากิน (ตัวใหญ่กว่าสุนัขที่บ้านผมซะอีก) เมื่อมันเห็นแสงไฟ อีกไม่นานมันก็เดินลับหายไปกับความมืด พวกเราคิดว่าน่าจะมีแค่ชะมดเท่านั้น แต่อีกไม่นานผมก็ได้ยินเเหมือนเสียงอะไรขู่บริเวณใกล้ ๆ เจ้าหน้าที่เอาไฟฉายส่องไปที่เสียงขู่ปรากฏว่ามีเม่นสองตัวซึ่งน่าจะเป็นแม่กับลูกออกหากิน ซึ่งตัวแม่ใหญ่มากเมื่อมันเห็นแสงไฟส่องไปที่ตัวมัน เม่นสองตัวก็วิ่งหายไปกับความมืดอีกเช่นเคย อีกไม่นานเราก็ขอตัวกลับเต๊นท์เพราะว่าเพลียเหลือเกิน
รุ่งเช้าของวันพุธ พวกเราตื่นตั้งแต่ ตีห้าครึ่ง เพื่อรอดูเก้งหม้อมากินโป่ง ที่บริเวณหลังโรงครัวอุทยานฯ และเห็นอยู่ไกล ๆ ครับ เพราะถ้าเข้าไปใกล้กว่านี้มันคงหนีเข้าป่าไปแน่ จากนั้นไม่นานเราก็ดื่มกาแฟคนละแก้ว และเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวขึ้นไปชมทะเลหมอก ที่จุดชมวิวพะเนินทุ่ง การขึ้นไปที่พะเนินทุ่งนี้จะมีเวลาช่วงเวลารถวิ่งขึ้นและวิ่งลงครับ คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. เช็คให้ดีก่อนนะครับเพราะว่าทางค่อนข้างแคบครับ พวกเราขอความอนุเคราะห์เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ช่วยโบกรถให้พวกเราและก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ เมื่อมีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อจะขึ้นไปพะเนินทุ่งเช่นกัน จึงเป็นโชคดีของพวกเราครับ พวกเราขึ้นบนกะบะหลังครับ ระหว่างทางขึ้นมันมากครับกลิ้งไปก็กลิ้งมาอยู่บันหลังกะบะกว่าจะถึงมึนนิดหน่อยครับ พอมาถึงที่พวกเราก็รีบวิ่งไปเก็บภาพทะเลหมอกทันทีสวยครับ ไม่เสียแรงที่ดั้นด้นมา เราอยู่กันจนสายหมอกเริ่มจางหายไป
พี่คนที่เป็นสามีภรรยาชวนเราว่าไปเที่ยวน้ำตกทอทิพย์ด้วยกันหรือปล่าวพวกเราไม่ปฏิเสธครับ รีบรับคำทันที โดยลานจอดรถที่จะไปน้ำตกทอทิพย์อยู่ไม่ห่างจากจุดชมวิวพะเนินทุ่งมากนัก ประมาณ 0.5 กม. แต่ถนนจะเป็นทางลงลาดชันและแคบควรระวังด้วยนะครับ จากลานจอดรถไปน้ำตกทอทิพย์ประมาณอีก 4 กม. พวกเรา 5 คน กับพี่ที่เราอาศัยมาอีก 2 คน เป็น 7 คน จึงเดินทางมุ่งหน้าไปยังน้ำตกทอทิพย์ทันที พวกเราเดินมาได้ประมาณ 1 กม. เพื่อนในกลุ่มก็ก้มลงมองไปบนพื้นดินที่เรากำลังเดินอยู่เขาเห็นตัวอะไรซักอย่างเหมือนหนอน จึงเรียกให้เพื่อนในกลุ่มดู ทุกคนถึงกับอึ้งเพราะว่าที่เห็นนั้นเป็นทากดูดเลือดจำนวนมากที่โผล่ออกมาจากพื้นดิน พวกเราจึงก้มลงมองที่ขา ปรากฏว่าทากเหล่านั้นเกาะบนขาและกางเกงเราเป็นจำนวนมาก ทุกคนจึงวิ่งไม่คิดชีวิตกลับไปยังลานจอดรถทันที ผมเปิดรองเท้าผ้าใบที่ใส่ถึงกับอึ้ง เพราะว่าทากเกาะอยู่ที่เท้าเป็นจำนวนมากแบบที่ผมไม่รู้สึกอะไรเลย ผมจึงเอาไฟแช็คลนทากออกจนหมด
เราใช้เวลาตรงนี้ค่อนข้างนานและเมื่อถึงเวลาลงพวกเราจึงลงจากพะเนินทุ่งมาพร้อมกับพี่สามีภรรยาคู่นั้นครับ เราลงมาถึงบ้านกร่างแคมป์ เราก็ขอบคุณพี่สามีภรรยาและลาพี่จากจุดนี้ พวกเราทุกคนรู้สึกหิวและอยากมีอาหารรองท้องเป็นข้าวสวยจึงขอความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่อุทยาน โดยให้ขับรถมอเตอร์ไซด์พาผมลงไปซื้อข้าวที่ร้านค้าอุทยานฯ ด้านล่างผมตอบแทนพี่เป็นน้ำมันหนึ่งถังและ 45 ดีกรี 1 ขวด ระหว่างลงเขาบางช่วงพี่เขาจะดับเครื่องเพราะเป็นทางลงที่ไม่ต้องใช้แรง(เนื่องจากเขาชำนาญทางดีครับได้บรรยากาศ) เมื่อถึงร้านค้าผมก็สั่งข้าวมา 10 กล่อง (เผื่อไม่อิ่ม) เป็นกระเพราไก่ไข่ดาว และน้ำอัดลมขวดใหญ่ + น้ำแข็ง ผมใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงจึงขึ้นมา แต่ขากลับขึ้นบ้านกร่างแคมป์ ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแต่เป็นโชคดีของผมครับ เมื่อเห็นสัตว์คล้ายวัวตัวหนึ่งกำลังข้ามถนน เจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่าเป็นกระทิง แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ได้พกกล้องมาด้วย จึงได้แต่เก็บไว้ในความทรงจำเท่านั้น อีกไม่นานผมและเจ้าหน้าที่อุทยานก็มาถึงบ้านกร่างแคมป์ ผมกับเพื่อนก็ฟาดมื้อเย็นทันที ระหว่างการร่วมวงอาหารเย็นผมก็ได้ถามกับเจ้าหน้าที่ว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวอีก เจ้าหน้าที่บอกว่าจะพาไปเที่ยวชมทัศนียภาพธรรมชาติในป่า และขึ้นไปชมวิวที่บนเทือกเขาหนุมาน พวกเราได้ยินดังนั้นหลังจากอาหารเย็นจึงรีบอาบน้ำและตัวเข้านอน
เช้าวันศุกร์เริ่มขึ้นพวกเราตื่นประมาณ 08.00 น. และรองท้องด้วยกาแฟคนละแก้ว จากนั้นก็ไปคอยเจ้าหน้าที่ที่นัดไว้ที่ลานผีเสื้อ ระหว่างรอก็เห็นว่ามีรถผ่านหลายคันผมคิดว่าวันนี้คนน่าจะเริ่มเข้ามาพักเยอะเพราะเป็นช่วงติดต่อวันหยุด อีกไม่นานเจ้าหน้าที่ก็มาพวกเราจึงเริ่มออกเดินทาง เจ้าหน้าที่บอกว่าใช้เวลาเดินทางเข้าไปประมาณ 2 ชม. จึงจะถึงลานหนุมานเราก็ไม่หวั่นครับ ระหว่าทางก็มีต้นหญ้าโน้มเข้ามาตามทางเจ้าหน้าที่ก็เบิกทางให้เราครับ ระหว่างการเดินทางเราก็ได้เห็นรอยหมูป่าหากิน (ยังใหม่ ๆ อยู่เลย) และเห็นรอยที่สัตว์จำพวกเก้ง กวาง กระทิง ใช้เขาลับคมกับต้นไม้ พวกเรายังได้เห็นชะนี และนกต่าง ๆ อีกมาก พวกเราเดินทางมาใกล้จะถึงลานหนุมานแล้วแต่มีจุดหนึ่งที่ต้องทำให้การเดินทางล้าช้าก็คือต้องปีนหน้าผา ถ้าใครไม่ปีนขึ้นไปก็ต้องรอที่นี่ ขากลับจึงจะมารับได้ ผมคิดว่ามาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกันยังไงก็ต้องไปกันทั้งหมดเพราะขากลับจะกลับอีกทาง เจ้าหน้าที่นำทางไปคนแรกแต่ในกลุ่มมีสาว ๆ บางคนกลัวความสูงผมจึงเป็นคนสุดท้ายคอยประคองกว่าจะขึ้นคบทุกคนก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน อีกไม่นานพวกเราก็ขึ้นสู่ลานหนุมาน ด้านบนมีถ้ำเล็ก ๆ อยู่อากาศภายในถ้ำค่อนข้างเย็นสบาย เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นที่อาศัยของสัตว์จำพวกเลียงผา กวางผา จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พาเราไปนั่งเล่นและพักผ่อน รวมทั้งเก็บรูปวิวบนยอดเขา ซึ่งเรามองไปทางไหนก็มีแต่ป่า ผมกับเพื่อน ๆ คิดว่าถ้ามาเองคงกลับไปไม่ถูกแน่
เรานั่งเล่นและฟังเจ้าหน้าที่คุยเรื่องป่าจนได้ที่จึงเดินทางกลับอีกทางหนึ่ง ระหว่างขากลับเราก็ได้พบเห็นมูลสัตว์กองหนึ่ง เจ้าหน้าที่เอาไม้เขี่ยดูบอกว่าเป็นมูลของเสือและเพิ่งจะถ่ายออกมาไม่นาน เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เป็นไรแต่มันคงไปแล้วแต่พวกเราก็จ้ำกันเร็วกว่าเดิม ขากลับรู้สึกว่าจะเร็วกว่าขามาซะอีกใช้เวลาประมา 1.30 ก็ถึงบ้านกร่างแคมป์ พวกเราตอบแทนความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่โดยให้ค่าตอบแทน 300 บาท และกล่าวคำขอบคุณ เพราะเขาได้ให้ความช่วยเหลือเรามามาก จากนั้นเราจึงขอตัวไปอาบน้ำและเก็บข้าวของเตรียมเดินทางกลับ เรารอเวลาจนประมาณ 16.30 น. เพื่อขออาศัยโบกรถขาลงที่จะกลับ และไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ เมื่อมีรถวิ่งลงจากพะเนินทุ่งและต้องผ่านเข้าตัวเมืองเพชรบุรีครับ พวกเรา 5 คน จึงขออาศัยเจ้าของรถมาลงที่ตัวเมืองเพชร พวกเรากล่าวคำขอบคุณและอำลาเจ้าของรถ จากนั้นเราก็ขึ้นรถปรับอากาศ กรุงเทพ-เพชรบุรี ครับ เราลงที่เดิมครับคือ ม.ศิลปากรวิทยาเขตสนามจันทร์ จ.นครปฐม ค่าโดยสารก็คนละ 100 บาท ครับ ระหว่างอยู่บนรถเราก็คิดค่าใช้จ่ายโดยการแชร์คนละเท่า ๆ กัน ปรากฏว่าหมดไปคนละประมาณ 1,000 บาท ถือว่าคุ้มค่าจริง ๆ สำหรับการเดินทางนี้ จนรถวิ่งมาถึงสามแยกมาลัยแมน จ.นครปฐมพวกเราลงจากรถและแยกย้ายเดินทางกันกลับบ้าน และรอข่าวคราวการเดินทางในครั้งต่อไป
 
เรื่องเล่าการเดินทาง จาก Mr.annaontour
สถานที่ท่องเที่ยว จ. เพชรบุรี

อำเภอเมือง
- เขาวัง (พระนครคีรี)
- พระราชวังบ้านปืน หรือ พระรามราชนิเวศน์

อำเภอเขาย้อย
- เขาย้อย
อำเภอหนองหญ้าปล้อง
อำเภอบ้านแหลม
อำเภอบ้านลาด
อำเภอท่ายาง
อำเภอแก่งกระจาน
- อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
อำเภอชะอำ
- หาดชะอำ
- หาดปึกเตียน
- หาดเจ้าสำราญ

 
 
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
 กลับหน้าหลัก
จองทัวร์ ระบบออนไลน์ที่นี่
คำถามเรื่องทัวร์ที่พบบ่อย
  แพคเกจทัวร์
ข้อมูลการท่องเที่ยว 76 จังหวัด
แผนที่การเดินทาง
ข้อควรปฏิบัติของการท่องเที่ยว
แบ่งปันเรื่องเที่ยว
 รวมเรื่องเล่าการเดินทาง
แนะนำร้านอาหารอร่อย ๆ
ดาวน์โหลดวอลเปเปอร์
 รู้จักเพื่อนบ้าน
ทีมงานของเรา
 เกี่ยวกับ anna on tour
 
 
 

Google annaontour
ผู้สนับสนุนของเรา
www.rodtungv.com
บริการให้เช่ารถตู้ngv รุ่นใหม่ล่าสุด
พนักงานขับรถชำนาญเส้นทาง
บริการดี ไม่มีเบี้ยวงาน
- ดูหนังฟังเพลง DVD MP3 VCD
- เบาะปรับเอนนอน 14 ที่นั่ง
- ประกันภัยชั้นหนึ่งทุกที่นั่ง
- ทีมงานบริการด้วยความประทับใจ
 
ร้านท้องโต
จำหน่ายชุดคลุมท้องคุณภาพดี
หลากหลายสไตล์ มีทั้งผ้าฮ่องกง
ผ้ายืด ผ้าม่าน ผ้าสเปน ผ้ายีนยืด
แบบมีซิปเปิดให้นมบุตร
กางเกงสามารถปรับระดับได้
หลังคลอดยังนำกลับมาใช้งานได้
 
vansmilethai.com
บริการให้เช่ารถตู้รุ่นใหม่ล่าสุด
TOYOTA COMMUTER D4D

- ดูหนังฟังเพลง DVD MP3 VCD
- เบาะปรับเอนนอน 9 ที่นั่ง และ 15 ที่นั่ง
- ประกันภัยชั้นหนึ่งทุกที่นั่ง
- ทีมงานบริการด้วยความประทับใจ
 
ขอขอบคุณข้อมูลท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
กรมอุทยานแห่งชาติ
สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว
อะเมซซิ่งไทยแลนด์
ไทยตำบล
นายรอบรู้
ตรวจสอบระยะทางหลวง
การรถไฟแห่งประเทศไทย
การบินไทย
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว
ไกด์เซ็นเตอร์
ตำรวจท่องเที่ยว
รถตู้เอ็นจีวี
รถตู้เอ็นจีวีนำเที่ยว
รถตู้สยาม
แวนเอ็นจีวี
เช่ารถตู้
เอ็นจีวีแวน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) 600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์. 02-2505500
ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672
กรมอุทยานแห่งชาติ 61 ถนนพหลโยธิน แขวง เสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์. 02-561777 ,02-579666
best view with 800*600 by IE browser Copyright (c) 2005 All Rights Reserved :: Contac me >> annop_nanya@hotmail.com