|
ตามล่า หาฝัน ที่ภูกระดึง กับน้องนกเอี้ยง
|
| ตื่นได้แล้ว ถึงภูกระดึงแล้ว เสียงเพื่อนในกลุ่มเรียกเงยหน้าดูนาฬิกาก็ประมาณ ตี 5 งัวเงียกันพักใหญ่ก็ลงมือทำธุระส่วนตัวกันกว่าจะเรียบร้อยก็ประมาน 6 โมงเช้า ไปครั้งนี้เราไปกันกลุ่มค่อนข้างใหญ่ ราวๆ 50 ได้ ก็พี่ๆน้องกันทั้งนั้น |
|
| เราเริ่มนำข้าวของสัมภาระไปที่จุดบริการแบกของ โดยอัตราค่าบริการก็คือ กิโลกรัมละ15บาท (คิดว่าไม่แพงคะหลังจากที่แบกของตัวเอง แค่กิโลกว่าๆขึ้นบนยอดภู) ค่าใช้จ่ายส่วนของตรงนี้ก็ประมาณ ร้อยกว่าบาทถ้าใครของมากก็จ่ายมาก หลังจากที่ทุกคนฝากของเรียบร้อยก็ขึ้นไปฟังการนำเสนอการท่องเที่ยวภูกระดึง เราฟังคำแนะนำอย่างมีสมาธิ(เพราะส่วนใหญ่หลับตาฟัง) เท่าที่จำได้ก็จะมีเรื่องการปฏิบัติตัวในระหว่าท่องเที่ยวก็จะเป็นเรื่องระวังทากซึ่งเป็นสัตว์ที่น่ากลัวทีเดียว โชคดีคะที่ช่วงเราไปฝนเพิ่งจะหยุดได้ 2 วัน |
|

|
| ส่วนกำหนดการก็เราจะอยู่บนภู 2 คืน เมื่อฟังเสร็จก็เตรียมตัวเดินทางค่าผ่านประตูเท่าไรไม่ได้จำคะแต่ไม่แพง เมื่อได้บัตรแล้วทุกคนก็ต่างคนต่างเดินขึ้นภูด้วยร่างกายที่แข็งแรง เมื่อเดินไปราวๆ 500 เมตรเพื่อนในกลุ่มเริ่มหันมามามองหน้ากันแล้วก็หัวเราะพร้อมพูดว่า เหนื่อยฉิบ.... ระยะทางที่เราเดินขึ้นไปจนถึงยอดภู ประมาณ 7 กิโลเมตร ตลอดระยะทางเป็นอะไรที่ยาก ลำบาก เหนื่อย ..สุดๆคะแต่ดีนะคะเพื่อนร่วมแก๊งช่วยกัน รอขึ้นไปพร้อมๆกันหยุดพักทุกจุด และระหว่างทางตลอดตลอดทางที่เดินก็บังเอิญนึกถึงเรื่องที่เขาพูดกันว่า ถ้าหากขึ้นภูกระดึงกับแฟนแล้วกลับไปเห็นหลายคู่ที่เลิกกัน เห็นจะเป็นความจริงโชคดีนะที่เรามากับเพื่อนไม่อย่างนั้นเห็นทีจะต้องเลิกกันแน่นอน (อีกทางหนึ่งก็คิดว่าไม่ขึ้นมาก็เลิกกันได้เพราะเวลาที่เราไม่อยู่เขาก็อาจมีคนอื่นได้ ฮ่า ฮ่า) กว่าจะถึงหลังแปล ก็ประมาณ บ่าย 3โมงกว่าๆ ยังไม่สิ้นสุดการเดินทางนะคะ เราต้องเดินไปที่พักนั่นก็คือที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อีก3 กม.มาถึงตอนนี้เราหรือกัน 2 คนคะเดินไปบ่นไปว่าเมื่อไรจะถึงทั้งเมื่อยทั้งเหนื่อย แต่ที่ภูกระดึงดีนะคะสัญญานโทรศัพท์ดีค่ะมีตลอดเลยจึงทำให้เราไม่ขาดการติดต่อ ทันทีที่ถึงที่พักจ่ายค่าลูกหาบ (เราต้องจ่ายตอนที่รับกระเป๋านะคะ) ลูกหาบคือคนที่นำของเราขึ้นมาพวกเขามาถึงก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วคะยอมรับคะเป็นอาชีพที่ต้องมีร่างกายแข็งแรงมากๆผู้หญิงก็มีนะ(ทึ่งเลย) ต้องรีบเข้าที่พักเพราะโปรแกรมช่วงเย็นต้องไปดูพระอาทิตย์ตก ที่ ผาหมากดูก |
|
เราออกจากที่ พัก 5โมงเย็น แต่น่าเสียดายไปไม่ถึงพระอาทิตย์ไม่รอเราตกไปแล้วเลยได้แค่ถ่ายภาพระหว่างที่เดินไปเท่านั้นช่วงกลับสองข้างทางปกคลุมไปด้วยความมืด ไฟฉายเป็นสิ่งสำคัญนะคะ ถ้าใครจะไปอย่าลืม เราก็รีบเดินกันใหญ่เลยคะกลัวสัตว์ป่าเพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าถ้ามืดแล้วจะมีสัตว์ป่าออกมาหาอาหาร ถึงที่พักก็อาบน้ำทานข้าวกิจกรรมทุกอย่างต้องรักษาเวลานะคะเพราะไฟฟ้าจะมีแค่ เวลา 18.00-21.00น.หลังจากนั้นก็จะมีแต่ความมืดและก็แสงตะเกียงเท่านั้น (โรแมนติก) อย่าส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านเขาเชียวนะเพราะเจ้าหน้าที่จะเตือนว่าเสียงดังรบกวนชาวบ้านแล้วนะครับ เราเดินเที่ยวทุกที่บนภูกระดึงเชียวนะคะเรียกว่าเดินกันเป็นว่าเล่นเลย รวมๆแล้วก็ประมาณเดินเท้าไปกรุงเทพเลยก็ว่าได้
ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงกิจกรรมตอนเย็นอย่างเดียวที่ทุกคนทำ คือ นอนๆๆๆ เตรียมยาทาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อไปก็ดีนะคะ จะได้ไม่ปวดขามาก (ด้วยความหวังดี) ตลอดเวลาที่อยู่บนภูกระดึง 2 คืนเรียกว่าสุดคุ้มเลยทีเดียวพวกเราได้ชมความสวยงามของอุทยานกันอย่างครบถ้วนเลยทีเดียว
กิจกรรมหลักๆคือถ่ายภาพเราออกเดินทางถ่ายภาพตลอดเช้าจรดเย็น กลางคืนก็เรียกได้ว่านอนอย่างเดียว ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ |
|
|
|
เช้าวันที่ 3 เราต้องเตรียมตัวเดินทางกลับเราเก็บกระเป๋าเรียบร้อยกันแต่เช้าเอากระเป๋าให้ลูกหาบแบกลงมา ขาลงทุกคนจะมีของติดตัวน้อยที่สุดเพราะทุกคนมีประสบการณ์จากตอนเดินขึ้นว่ามันหนัก มันเหนื่อย ออกเดินกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า ลงมาถึงที่ทำการอุทยานด้านล่างประมาณ 14.30 น.ลงมาก็หาอาหารกลางวันทานแล้วก็นั่งรอพรรคพวกที่ยังลงมาไม่ถึง ข้อสังเกตก็คือขาลงเราจะใช้เวลาน้อยกว่าขาขึ้น (อยากกลับบ้านต้องรีบเดิน) กว่าจะได้เริ่มเดินทางออกจากภูกระดึงก็ 16.00น. แต่ดีนะเราเช่ารถไปจึงไม่ต้องรีบร้อนกลับถึงบ้านก็ 5 ทุ่มกว่าๆระหว่างทางแวะซื้อของฝากที่สระบุรี กลับถึงบ้านโดยปลอดภัยพร้อมของฝากและอาการปวดขา ....ถ้าหากมีใครถามว่าภูกระดึงสวยไหมคำตอบสุดท้ายคือ..การที่จะได้เห็นสิ่งที่สวยงาม ก็ต้องฝ่าฝันสิ่งที่ยากลำบากเสียก่อน..
ขอขอบคุณ บทความดี ๆ และภาพสวย ๆ จาก น้องนกเอี้ยง
|