User ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยี่ยม
   

ให้บริการเช่ารถตู้ พร้อมคนขับ สำหรับ : ท่องเที่ยว ประชุม สัมมนา ตีกอล์ฟ รับ-ส่ง แบบรายวัน วิ่งงานประจำ
บริการเช่ารถตู้เอ็นจีวี เป็นรถตู้รุ่นใหม่ รุ่น VVT-I สามารถใช้ได้ทั้งระบบก๊าซเอ็นจีวี และระบบน้ำมัน
ที่ได้รับมาตรฐานจากศูนย์เอ็นจีวีคาร์เซ็นเตอร์ ความปลอดภัยดีเยี่ยม
เป็นรถประหยัดเชื้อเพลิง เพียง กม.ละ 1 บาท เท่านั้น ภายในรถตู้กว้าง พร้อมเครื่องเสียง ทีวี แอร์เย็นฉ่ำ
จองที่พักปาย
จองที่พักปาย
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
  NewTopic NewReply
 Topic สวนผึ้ง เมืองในฝันแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพ
User anna (Administrator)
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18/3/2552
โพสต์ : 83
 
Vcard 8 พศจิกายน 2554 - 23:50:34 น.  
DotE

สวนผึ้ง เมืองในฝันแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพ
คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนิน เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี ผมจำได้เสมอ เนื่องจากตอนเด็ก ๆ ที่โรงเรียนที่ผมเรียนอยู่จะให้ท่องคำขวัญประจำจังหวัดราชบุรี ผมเกิดและโตอยู่ที่อำเภอจอมบึง
ห่างจากสวนผึ้งประมาณ 30 กิโลเมตร ผมจำได้ว่า ตอนที่ผมอยู่ประถมศึกษาปีที่ 4 สภาพทั่วไปของสวนผึ้งเป็นป่าเกือบทั้งหมด สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นธรรมชาติ อาทิน้ำตกเก้าโจน สวนกุหลาบ น้ำพุร้อน ผมเคยมาเล่นสงกรานต์กับครอบครัวแถวชายแดนไทยพม่า ชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในเขตประเทศไทยก็เป็นมิตรกับพวกเราดี ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์ตลอดเส้นทาง แต่ปัจจุบัน ธรรมชาติที่มีอยู่เต็มสองข้างทางถูกทดแทนไปด้วยรีสอร์ท ร้านกาแฟ สิ่งปลูกสร้างที่สร้างความสวยงามต่าง ๆ จนแทบจะเหมือนปายอีกแล้ว (แต่ไม่ต้องผ่านโค้ง แถมใกล้กรุงเทพอีกด้วย) แต่ถ้าหากถามผมว่าดีไหม ผมคิดว่าดีนะ คนจะได้มาเที่ยวสวนผึ้งเยอะ ๆ เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ผู้คนในสวนผึ้งก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการประกอบอาชีพ และคนในภาคกลางก็จะได้รู้ว่าสวนผึ้งสวยไม่แพ้ที่ไหน ๆ ของประเทศไทย เพราะธรรมชาติยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่ ทะเลหมอก น้ำตก น้ำพุร้อน สวนดอกไม้ วิวทะเลอันดามันฝั่งพม่า นักท่องเที่ยวก็จะได้สัมผัสที่สวนผึ้งแห่งนี้
ผมเป็นคนพื้นที่เลยก็ว่าได้ เพราะปี ๆ หนึ่งจะกลับบ้านไปเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรจากไร่นา ที่อำเภอจอมบึงบ่อยครั้งมาก เพราะส่วนใหญ่บ้านผมก็ยังเป็นป่าอยู่เลย แต่การเดินทางมาสวนผึ้งในครั้งนี้ มีสมาชิกตามมาพักผ่อน อีก 4 หน่อ ด้วยกัน ทุกคนกะสูดโอโซนให้เต็มปอดที่สวนผึ้ง โดยมีคนท้องถิ่นอย่างผม และพี่แดงคนสวนผึ้ง ที่จะพาเราเที่ยวสวนผึ้งทริปนี้ ในพื้นที่ทางเรียบทางสบาย ๆ ผมเป็นคนำทางให้ ส่วนทางที่ยากที่ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ ก็จะเป็นหน้าที่พี่แดงทีมงานรถขึ้นเขากระโจมเป็นคนนำทางให้คับ

เริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพ มุ่งหน้ามายัง จ.นครปฐม โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ไปยัง จ.ราชบุรี ให้ไปเลี้ยวขวาที่สี่แยกไฟแดงเจดีย์หัก มุ่งหน้าไปทาง อ.จอมบึง ใช้เส้นทางหมายเลข 3087 ผ่านเข้าไปยัง อ.สวนผึ้ง โดยระยะทาง จาก อ.เมืองราชบุรี ไปยัง อ.สวนผึ้งประมาณ 60 กิโลเมตร



แต่คราวนี้ผมไม่ขอแวะบ้านครับ ผมวิ่งผ่านหน้าบ้านแล้วมุ่งหน้าตรงเข้าสู่อำเภอสวนผึ้งทันที เมื่อเข้าสู่อำเภอสวนผึ้งก็สัมผัสได้เลยว่าสวนผึ้งเปลี่ยนไปมาก ร้านค้ามากมายร้านสะดวกซื้อเกิดขึ้นเพียบไปหมด เมื่อก่อนผมจะหาซื้ออะไรกินทีหาลำบากมาก แต่ปัจจุบันเขาพัฒนาแล้ว หลังจากแวะตัวอำเภอสวนผึ้งผมมุ่งหน้าไปทางน้ำตกเก้าโจน เพื่อจะมุ่งหน้าไปดูน้ำที่มันไม่ค่อยจะมีในช่วงหน้าร้อน แต่ปีนี้ฝนตกหนักน้ำคงเยอะ ก็หวังว่าจะได้เห็นบรรยากาศความสนุกเก่า ๆ อีกครั้ง

ก่อนมุ่งหน้าไปน้ำตกเก้าโจน ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 33 ทางหมายเลข 3087 เห็นรถจอดค่อนข้างมากพอสมควรจึงแวะเข้าไปดู ก็เห็นบ้านหอมเทียน (เห็นนักท่องเที่ยวเขาพูดกันบ่อย ๆ ว่าสวยมาก) ก็แวะเข้าไปดูก่อน สวยครับแปลกดีนะ เพราะนอกจากจะมีเทียนรูปต่าง ๆ มากมายหลากสีสัน ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ฝึกปั้นเทียน พร้อมกับสัมผัสโอโซน ในบรรยากาศแบบคลาสสิกได้ใจอีกด้วย เราเข้าไปครับโดยเสียค่าตั๋วคนละ 25 บาท แต่ตั๋วนี้แลกซื้อเทียนเป็นของฝากได้เต็มมูลค่าครับ แวะถ่ายรูป เดินเที่ยวชม เข้าห้องน้ำ (ห้องน้ำสะอาดครับ) ซัก 1 ชั่วโมงก็เดินทางต่อ







โอ้แม่เจ้า ไม่น่าเชื่อ เมื่อก่อนมีแต่ป่า แต่ปัจจุบันไหงมีแต่รีสอร์ทเต็มไปหมด ทั้งบ้านพัก บังกะโล ยั๊วะเยี๊ยะ แต่ต้นไม้คงถูกทำลายไปเยอะ เมื่อปี 2553 น้ำถึงท้วมสวนผึ้ง ผมรู้สึกเสียดายต้นไม้ที่เต็มไปหมด แต่ก็ภาวนาอย่าให้น้ำท่วมอีกเลย เพราะรีสอร์ทที่สวนผึ้งต่างสวย ๆ ทั้งนั้นเลย คงจะลงทุนกันเยอะ โดยเฉพาะคนสวนผึ้งที่หันมาเอาดีด้านการสร้างที่พักรองรับนักท่องเที่ยว จึงไม่อยากให้น้ำท่วมอีก จะได้สวยเหมือนปายครับ แต่ผมว่าที่นี่ไม่แพ้ปายแน่นอนแถมใกล้กรุงเทพอีกด้วย ทริปนี้ผมได้แต่แวะถ่ายรูปไปมาหลายที่แต่ละที่น่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชม และเก็บตั๋วค่าเข้า มีกิจกรรมมากมาย อาทิเลี้ยงแกะ เล่นเกม นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมป่าสวนผึ้ง จิบกาแฟ ฯ





พวกเราเดินทางมาถึงน้ำตกเก้าโจนในช่วงเวลาบ่าย ๆ เมื่อผมเดินทางมาถึงทางเข้าก็สัมผัสได้ว่าเปลี่ยนไปมาก จากเมื่อก่อนมีแค่ร้านค้าร้านเดียวน้ำอัดลมก็ไม่มีขาย ตอนนี้เต็มสองข้างทางไปหมดก่อนที่จะเดินทางถึงตัวน้ำตกเมื่อก่อนเป็นทางดิน ทางลงไปไม่ดีเดินสะดุดเนินล้มหัวทิ่มไปที แต่ปัจจุบันเขาพัฒนาแล้วเทปูนยาวเลย แถมมีห้องน้ำสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย เมื่อก่อนมาเล่นน้ำเสร็จก็กลับบ้านตัวเปียก ๆ อย่างนั้นแหละ ทริปนี้พวกเราไม่ได้ลงเล่นน้ำกันเลยเพราะคนเยอะมาก จึงได้แต่นั่งรับลมเย็น ๆ ฟังเสียงน้ำไหลให้ชื่นใจ แต่เดิมบริเวณน้ำตกเก้าชั้นถูกสัมปทานเป็นเหมืองแร่ แต่ปัจจุบันได้รับการพัฒนาจากกลุ่มองค์กรท้องถิ่น ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนชื่อน้ำตกเก้าชั้นก็มาจากมี 9 ชั้นจริง ๆ ที่สามารถเที่ยวชมได้ ส่วนเหนือขึ้นไปเป็นหน้าผาอันตราย การเดินทางไปนั้นมีระยะทางรวมประมาณ 2.5 กิโลเมตร การเข้าชมน้ำตกเก้าชั้นนั้น ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด เราอยู่ซักครู่ก็เดินทางต่อไปอีกเพราะสถานที่ท่องเที่ยวเยอะกะว่าจะเก็บให้ได้เยอะที่สุด เรามุ่งหน้าสู่ธารน้ำร้อนบ่อคลึงต่อ ซึ่งอยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร






ทางเข้าจะปักป้ายว่าธารน้ำร้อนบ่อคลึง ที่ดินกรรมสิทธิ์ของ "ตระกูลโมนยะกุล" ธารน้ำร้อนบ่อคลึงเป็นลักษณะมีน้ำไหลออกมาเป็นน้ำร้อนจากใต้ดินเป็นธารน้ำเล็ก ๆ แต่ปัจจุบันทางเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ทำธารน้ำไหลมายังด้านล่าง เพื่อเป็นบ่อน้ำร้อนให้นักท่องเที่ยวได้มาแช่ ผ่อนคลาย และบำบัดโรค ตามความเชื่อ ซึ่งจะมีบ่อน้ำร้อนรวม และแบบแยกเป็นห้องส่วนตัว ใครที่สนใจก็ลงไปแช่ได้ แต่พวกเรากลัวความร้อนเดินแวะเวียนไปถ่ายรูปก็พอแล้ว อ๋อลืมไปเสียค่าเข้าคนละ 40 บาท มั๊ง ถ้าจำไม่ผิด
เรากะเดินทางไปพักที่รีสอร์ทกันก่อนเพื่อเอาแรงในวันพรุ่งนี้ที่จะต้องตื่นแต่เช้า มุ่งหน้าสู่เขากระโจมกับพี่แดงคนท้องถิ่นสวนผึ้ง พี่แดงบอกว่าถ้ามีเวลาและพวกเราไม่รีบจะพาไปห้วยคอกหมู แก่งส้มแมว บ้านน้อยในป่าใหญ่ หมู่บ้านกระเหรี่ยงต่อ เรายินดีรับคำเชิญหมดครับ เพราะการเดินทางมาแต่ละครั้งนาน ๆ จะได้มารวมตัวกันซะที วันนี้จึงต้องรีบไปพักผ่อนเาแรงก่อนที่ธีรมาคอทเทจรีสอร์ท



ธีรมาคอทเทจนรีสอร์ทเป็นรีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติ ฉากหลังรีสอร์ทเป็นภูเขาสูง ติดถนน ตัวรีสอร์ทเป็นรูปขอนไม้ใหญ่สวย เครื่องอำนวความสะดวกครบครัน แต่วันที่พวกเราเดินทางเข้าไปพักนั้นบ้านพักขอนไม้เต็มหมดเลย เหลือแต่บ้านพักเป็นหลัง ๆ แต่ก็สวยไม่แพ้บ้านขอนไม้ พวเราจองบ้านหลังใหญ่เพราะมีคาราโอเกะด้วย กะว่าจะนั่งร้องเพลงกันยันเที่ยงคืนเลย ที่ธีรมาคอทเทจรีสอร์ท ยังมีบริการร้านอาหารครัวขอนไม้ สามารถสั่งเข้ามาทานในห้องพักได้ด้วยนะ ตอนเช้าที่รีสอร์ทมีบริการอาหารเช้าให้ ไม่ต้องออกไปหากินที่ไหนนะ ไปทานที่ครัวขอนไม้ได้เลย หลังจากได้ผ่อนคลายสนุกสนานกับกิจกรรมยามค่ำคืน พวกเราก็รีบพักผ่อนเอาแรง เพื่อที่จะเดินทางขึ้นเขากระโจมในช่วงหกโมงเช้าต่อ 










รุ่งเช้าพวกเราเตรียมตัวไปรอหน้ารีสอร์ท พี่แดงโทรมาหาพวกเราและทักทายกัน จากนั้นก็พาพวกเราเดินทางมุ่งหน้าสู่เขากระโจม เขากระโจมนั้นเส้นทางการเดินทางไม่ดีเท่าที่ควร ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อในการเดินทาง เนื่องจากทางเป็นหลุม เป็นทางดิน และต้องลุยน้ำที่เป็นแอ่งใหญ่ที่ไหลผ่านทางขึ้นเขากระโจม พวกเรานั่งหลังรถกระบะ กะว่าจะเก็บเกี่ยวเอาบรรยากาศและความทรงจำอันสนุกสนานนี้ไว้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ให้เต็มที่กับชีวิต ก่อนที่จะได้สัมผัสกับความสวยงามบนยอดเขากระโจมอีกที
เขากระโจมมีความสูงเหนือจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,045 เมตร ในอดีตที่เขากระโจมก็เป็นเหมืองแร่ดีบุก แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วมีแต่ร่องรอยการทำเหมืองแร่ในอดีต ในช่วงเวลาที่อากาศปลอดโปร่งนักท่องเที่ยวจะมองเขาแม่เงาะฝั่งพม่าที่ติดกับแม่น้ำสาละวิน ฐานกองกำลังพม่า หมู่บ้านก็อตอามี่เก่า หรือกำมะปอ และที่สำคัญนักท่องเที่ยวยังสามารถมองเห็นทะเลฝั่งอันดามันได้อย่างสวยงามในฝั่งพม่าอีกด้วย ด้านบนจะมีตำรวจตระเวนชายแดนประจำการอยู่ตลอดทุกวันเวลา พวกเราใช้เวลาสัมผัสกับสายลมเย็น กับกลิ่นไอของสายหมอกไม่นาน ก็ต้องรีบเดินทางต่อ เพื่อที่จะไปน้ำตกผาแดง 











น้ำตกผาแดงเป็นน้ำตกที่อยู่ระหว่างทางขึ้นเขากระโจม โดยต้องเดินทางเท้าเข้าไปอีก 200 เมตร ก็จะเห็นตัวน้ำตก แต่ระหว่างทางที่เราเดินทางเข้าไปทากเยอะมากเพราะเป็นช่วงหน้าฝน แค่อยู่ปากทางเข้าก็คลานกระดิ๊บ กระดึ๊บ มาเป็นกองทัพ พวกเราเตรียมความพร้อมในการเดินเข้าไปในตัวน้ำตกโดยฉีดยากันทางไว้ แต่ก็ไม่วายทากก็ยังเกาะเต็มไปหมด แต่เพื่อที่จะได้ชมความสวยงามของน้ำตกอุปสรรคแค่นี้ไม่ใช่ปัญหา เราเข้ามาถึงตัวน้ำตกผาแดงไม่นานก็รีบเก็บภาพ และความทรงจำอันตระการไม่นานก็ต้องรีบเดินทางต่อ เพราะยังมีอีกหลายที่ที่เราต้องเดินทางไป ให้ทันเช็คเอ้าที่รีสอร์ท พี่แดงพาเราไปที่เนินพิศวงเขากระโจม ซึ่งอยู่ระหว่างทางขึ้นเขากระโจม 



เนินมหัศจรรย์ เขากระโจม อยู่ระหว่างทางขึ้นเขากระโจม สังเกตุง่าย ๆจะมีป้ายบอกชัดเจนว่าจุดนี้จะเป็นเนินมหัศจรรย์ บริเวณทางลาดยาง จุดนี้จะเป็นจุดที่มองเห็นเนินด้านบนได้อย่างชัดเจน แต่เวลาน้ำไหลมาจะไม่ไหลลงด้านล่าง แต่จะไหลกลับขึ้นสู่บนเนินที่สูงแทน เวลานักท่องเที่ยวไปเที่ยวให้ลองทดสอบดูจากการดับเครื่องยนต์รถแล้วปล่อยเกียร์ว่าง ในจุดที่อยู่ด้านล่าง รถยนต์จะไหลขึ้นสู่เนินด้านบนไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้จุดนี้เรียกว่าเนินมหัศจรรย์เขากระโจม พวกเรายังคงออกเดินทางต่อไปจุดชมยวิวห้วยคอกหมู สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ติดชายแดนพม่า ตามคำแนะนำของพี่แดง 




พี่แดงต้องแวะบ้านแกก่อน เพื่อไปเติมน้ำมันไม่งั้นไปห้วยคอกหมูแล้วคงกลับมาไม่ถึง การเดินทางใช้เวลาประมาณ 40 นาที กว่าจะไปถึงห้วยคอกหมู แต่เส้นทางนั้นสะดวกสบาย แต่เป็นเขาสูงบางช่วง รถเก๋งก็สามารถเดินทางขึ้นมาเที่ยวชมห้วยคอกหมูได้ มีลักษณะเป็นภูเขาที่แหลมลึกเข้าไปในแดนพม่า โดยมีแนวสันปันน้ำเบื้องล่างเป็นเขตแดน สูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตร เดิมเป็นช่องทางการค้าไม้ที่รับการสัมปทานการค้าระหว่าง ไทย-พม่า ปัจจุบันนี้การค้าระหว่าง ไทย-พม่า ได้ถูกยกเลิกไปหลายปีแล้ว เส้นทางนี้ซึ่งเป็นเส้นทางที่อยุ่ติดกับชายแดน ไทย-พม่า จึงได้มีการพัฒนาปรับปรุงเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวชมวิว ภูเขา และชายแดนไทย-พม่า สามารถมองเห็นภูมิประเทศของชายแดนพม่าอย่างสวยงาม สามารถมองเห็นต้นไม้ใหญ่ ป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งนกนานาชนิดอีกมากมาย ถ้าไปท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมสวยงามไม่แพ้ภาคเหนือ และที่จุดชมวิวห้วยคอกหมูนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างสวยงามอีกด้วย ยอดเขาห้วยคอกหมู ยังเป็นฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวณชายแดน เป็นพื้นที่ชายแดน

พวกเราขึ้นไปถึงห้วยคอกหมูตอนเที่ยว ฟ้ายังปิดอยู่เลยบนจุดชมวิวห้วยคอกหมูมีแต่หมอกปกคลุม เหมือนกับตอนเช้ามืดเรานั่งสัมผัสธรรมชาติ ชิววิวเขตชายแดนไทยพม่า และจุดที่เคยเป็นเหมืองแร่ซักพักก็รีบเดินทางกลับที่พักเพื่อไปเช็คเอ้าท์ พี่แดงมุ่งหน้าพาพวเรากลับถึงธีรมาคอทเทจรีสอร์ท ตอน 12.30 น. พวกเราร่ำลาพี่แดง ก่อนจะจากกัน พี่แดงบอกว่าเอาไว้มาค้างหลาย ๆ วัน จะพาไปเที่ยวให้ทั่วสวนผึ้งเพราะว่าพวกเรายังไม่ได้ไปอีกหลายที่  





เราเข้าไปเก็บของในห้องพัก และก็มาเช็คเอ้าท์ที่หน้าเคาเตอร์ ก่อนไปก็สั่งอาหารที่ครัวขอนไม้ก่อน จะเดินทางต่อไปยังถ้ำจอมพล ถ้ำจอมพลอยู่ใน อ.จอมบึง ติดกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ตรงสามแยกพอดี ในการเข้าชมเสียค่าบริการครั้งละ 10 บาท เปิดบริการ ตั้งแต่ 08.00-16.00 น. เดิมมีชื่อว่า ถ้ำมุจลินทร์ อยู่ในเขากลางเมือง ซึ่งมีความสูง 191 เมตร เมื่อปี พ.ศ. 2438 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ได้เสด็จประพาส และทรงโปรดปรานความงามของถ้ำนี้ จึงพระราชทานชื่อใหม่ว่า ถ้ำจอมพล ภายในถ้ำมี หินงอกหินย้อย ที่มีความงดงาม และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดกลาง กลางถ้ำมีปล่องขนาดใหญ่ จึงทำให้ภายในถ้ำมีอากาศเย็นสบาย และมีแสงสว่างบริเวณกลางถ้ำ หลังจากได้เที่ยวชม และสัมผัสกับความงดงามภายในถ้ำจอมพลพวกเราก็เดินทางลงมาหาเจ้าจ๋อที่อยู่หน้าถ้ำจอมพลเต็มไปหมด เจ้าจ๋อพวกนี้จะกลัวตุ๊กตาจระเข กับหนังสติ๊ก สังเกตุได้จากร้านขายของที่จะพกตุ๊กตาจระเข้ไว้ในร้านตลอด พวกเราแวะให้อาหารลิงกันซักครู่ก็เดินทางกลับเอาไว้เจอกันใหม่ในทริปหน้ากับอันแน่ออนทัวร์








ทริปสั้น ๆ ที่พวกเรายังเที่ยวไม่หมดสวนผึ้งเลย แต่ก็ต้องรีบกลับแล้ว ผมบอกกับเพื่อน ๆ ว่าจะมาเมื่อไหร่ก็ขอให้บอก ยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ได้ไป ใกล้ ๆ แค่นี้มาได้ตลอดวันไหนก็ได้ พวกเราเก็บความทรงจำอันดี ๆ ที่สวนผึ้งนี้ไว้ก่อน และคงกลับมาใหม่ในวันหน้าแน่นอน

DotE
LastUpdate ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พศจิกายน 2554 - 00:46:58 น.
 
Information ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ Email annop_nanya@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
Copyright © 2009 www.annaontour.com. All rights reserved.
Untitled Document
สถิติผู้เข้าชม ขณะนี้มีผู้ชมอยู่ 25 ราย