User ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยี่ยม
   

ให้บริการเช่ารถตู้ พร้อมคนขับ สำหรับ : ท่องเที่ยว ประชุม สัมมนา ตีกอล์ฟ รับ-ส่ง แบบรายวัน วิ่งงานประจำ
บริการเช่ารถตู้เอ็นจีวี เป็นรถตู้รุ่นใหม่ รุ่น VVT-I สามารถใช้ได้ทั้งระบบก๊าซเอ็นจีวี และระบบน้ำมัน
ที่ได้รับมาตรฐานจากศูนย์เอ็นจีวีคาร์เซ็นเตอร์ ความปลอดภัยดีเยี่ยม
เป็นรถประหยัดเชื้อเพลิง เพียง กม.ละ 1 บาท เท่านั้น ภายในรถตู้กว้าง พร้อมเครื่องเสียง ทีวี แอร์เย็นฉ่ำ
จองที่พักปาย
จองที่พักปาย
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
  NewTopic NewReply
 Topic เที่ยวกัมพูชา แบบชิว ชิว ที่นครวัด นครธม โตนเลสาบ ปราสาทบายน ปราสาทตาพรหม
User anna (Administrator)
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18/3/2552
โพสต์ : 83
 
Vcard 11 กรกฎาคม 2554 - 07:01:54 น.  
DotE

เที่ยวกัมพูชา แบบชิว ชิวที่นครวัด นครธม โตนเลสาบ ปราสาทบายน ปราสาทตาพรหม
ในช่วงเวลาที่ประเทศไทย กับประเทศกัมพูชา มีปัญหาเรื่องพรมแดน ทำให้การท่องเที่ยวและการประกอบอาชีพแถวชายแดนไทยกัมพูชาไม่คึกคัก และไม่น่าท่องเที่ยวเท่าที่ควร จึงทำให้ดูเงียบเหงาไปถนัดตา แต่มีเพื่อนป้อมปี่คนหนึ่งเป็นคนไทยที่เกิดในจังหวัดสุรินทร์ ไปทำธุรกิจในเมืองเสียมเรียบประเทศกัมพูชา ชื่อพี่นพดล โทรมาคุยสอบถามสารทุกข์สุขดิบว่าเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนเขาสบายดี และเบอกว่าที่เมืองเสียมเรียบภายในประเทศกัมพูชาไม่มีอะไรสามารถเข้ามาเที่ยวได้เลย เพราะที่เมืองเสียมเรียบไม่มีอาชญากรรม ปลอดภัยแน่นอน เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวจริง ๆ เลยอยากให้พวกเราเดินทางมาเห็นด้วยตาตัวเอง ส่วนที่พักโรงแรมสะอาดแน่นอน นอนหลับสบายไม่ต้องกังวล ส่วนร้านอาหารก็มีมากมาย อาหารก็มีหลากหลายไม่ว่าจะเป็นไทย จีน เกาหลี และอาหารแถบยุโรป รับรองไม่แตกต่างจากบ้านเราเท่าไรนัก

ป้อมปี่จึงโทรมาชวนผม ยูมิโกะ และแก้มป่อง ตอนแรก ๆ ก็ไม่มีใครกล้าตอบตกลงกับป้อมปี่ครับ เพราะมีคนรอบข้างห่วงเรื่องความปลอดภัย และฟังจากข่าวรายวันก็ยังไม่น่าไว้วางใจเท่าที่ควร แต่พี่นพดลรับรองว่าภายในประเทศไม่เหมือนกับแถบชายแดน ไม่ต้องกลัวให้ลองมาก่อนถ้ากลับไม่ได้ก็มาอยู่บ้านพี่นพดลซักเดือนก็ไม่มีปัญหา ผมเลยตอบตกลงแบบไม่เต็มใจว่า "ลองไปดูก็ได้สำหรับนักเดินทางอย่างเรา"
เราเตรียมเสื้อผ้าเพียงชุดเดียว เพราะก็ว่าไปค้างเพียงคืนเดียวก็เพียงพอแล้ว เพราะไปแค่เสียมเรียบเท่านั้น ส่วนเอกสารที่ลืมไม่ได้ก็คือพาสปอร์ต ส่วนวีซ่าไม่ต้องทำแล้ว เลยทำให้การเดินทางเที่ยวประเทศกัมพูชาสะดวกขึ้น

พวกเราออกเดินทางจากกรุงเทพประมาณตี 4 พวกเราใช้เวลาเดินทาง จากกรุงเทพไปทาง อ.ฉะเชิงเทรา เลี้ยวขวาไปทาง อ.พนมสารคราม จากนั้นก็เลี้ยวไปทางเขาหินซ้อน มุ่งหน้าสู่ จ.สระแก้ว ขับตรงไปยัง อ.อรัญประเทศ ก็จะถึงตลาดโรงเกลือ ประมาณตอน 9 โมงเช้า ส่วนร้านอาหารในบริเวณตลาดโรงเกลือหาทานยากนิดหนึ่ง พวกเราเลยแวะหาอะไรทานในปั้มก่อนเข้าถึงตลาดโรงเกลือ
ด่านบ้านคลองลึก
ด่านตรวจคนเข้าเมืองบ้านคลองลึก 

ในการเดินทางครั้งนี้พวกเราได้รับความสะดวกสบายจาก บ.สไมล์ไทยอีโคทัวร์ จำกัด ในการเดินทางเข้าไปพร้อมกับคณะทัวร์ ที่มากับบริษัท พวกเรานำรถไปฝากที่จุดรับฝากรถ โดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทรอบริการอยู่ที่หน้าด่านฝั่งไทยเจ้าหน้าที่เป็นคนไทยแนะนำให้พวกเรากรอกเอกสาร และเข้าไปต่อแถวยื่นพาสปอร์ตเองที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองไทยบ้านคลองลึก จากนั้นจะมีไกด์กัมพูชายืนรอหน้าด่านปอยเปต เมื่อเข้ามาแล้วไกด์ก็พาพวกเราไปยื่นเอกสารที่ฝั่งตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา หลังจากที่ได้สแตมป์พาสปอร์ตแล้ว ไกด์ก็พาคณะทัวร์รวมถึงพวกเราขึ้นรถเมล์ท้องถิ่นกัมพูชา ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที รถก็ไปส่งที่ท่ารถเมล์ประจำทาง เพื่อเปลี่ยนไปนั่งรถบัสทัวร์กัมพูชา เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองเสียมเรียบ
ด่านปอยเปต
หน้าด่านปอยเปต
คาสิโนที่ด่านปอยเปต
รถทัวร์ขนาดกลางของกัมพูชา
รถบัสกัมพูชา
ขึ้นรถบัสจากปอตเปตไปเสียมเรียบ
 
 ระหว่างการเดินทาง ไกด์พูชาแนะนำตัวเอง จากนั้นก็ให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับประเทศกัมพูชามากมาย ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ระหว่างอยู่บนรถทัวร์ ไกด์กัมพูชาเล่าให้ฟังว่าเขาอายุ 33 ปี แต่มีการทำสงครามมา 5 สมัย จึงทำให้ประเทศกัมพูชาไม่เจริญ เพราะมัวแต่สู้รบกันระหว่างประเทศ ทำให้การคมนาน การศึกษา อาชีพของชาวกัมพูที่มองเห็นสองข้างทาง ยังไม่เจริญเท่าที่ควร อาชีพชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม การเดินทางจากปอยเปตมาถึงเมืองเสียมเรียบก็พึ่งลาดยางถนนใหม่ ซึ่งเมื่อก่อนเป็นทางลูกรังการเดินทางไปมาไม่สะดวกใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงซึ่งระยะทางประมาณ 100 กว่ากิโลเมตรเอง แต่ปัจจุบันถนนได้ลาดยางแล้ว ทำให้ใช้เวลาในการเดินทางจากเมืองปอยเปต มายังเมืองเสียมเรียบใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งเอง ไกด์ยังบอกอีกว่าสำหรับคนที่มาเล่นการพนันที่ด่านปอยเปตนั้นไม่ต้องใช้พาสปอร์ต ใช้แค่บอเดอร์พาสก็สามารถเข้ามาเล่นการพนันได้แล้ว (ไม่แนะนำครับ เพราะการพนันเป็นสิ่งที่ทำให้คนหมดตัวได้ง่าย ๆ ครับ) ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จะเข้ามาเที่ยวในประเทศกัมพูชาปัจจุบันยกเลิกการทำวีซ่าแล้วครับ แค่ใช้พาสปอร์ตอย่างเดียวก็สามารถเข้าท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาได้แล้ว
ไกด์กัมพูชา
ไกด์กัมพูชาให้ข้อมูล
ทุ่งนาบริเวณเส้นทางจะไปเมืองเสียมเรียบ
ปั๊มน้ำมันในกัมพูชา
ร้านค้าระหว่างทางในกัมพูชา
 
 
พวกเราเดินทางมาถึงเมืองเสียมเรียบ ที่โรงแรมซิตี้อังกอร์ ตอนประมาณเกือบบ่ายโมง จากนั้นก็เข้าเช็คอินน์ พวกเรานำกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นไปบนห้องพัก ก็ประทับใจมากเพราะที่พักสะอาดมาก เครื่องอำนวยความสะดวกก็เพรียบพร้อม ห้องน้ำก็กว้างสะอาดพร้อมทุกอย่าง เตียงนอนก็สะอาดใหม่น่านอน เราใช้เวลาสั้น ๆ บนห้องพักในช่วงนี้ ส่วนคืนนี้คงนอนหลับสบาย
โรงแรมซิตี้อังกอร์ เมืองเสียมเรียบ
city angkor hotel
หลังจากเก็บของไว้บนห้องพักแล้ว พวกเราก็ลงมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมซิตี้อังกอร์ อาหารก็เป็นอาหารไทยครับ เพราะที่โรงแรมนี้สามารถเลือกอาหารได้ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหน มื้อกลางวันนี้มีซี่โครงหมูทอด ซุปปลา ปลาหมึกผัดผักรวม ผัดผักน้ำมันหอย ยำ ปลากระพงราดซอส และก็ผลไม้ รสชาติใช้ได้ครับ ใกล้เคียงกับฝีมือคนไทย มื้อนี้ก็อิ่มอร่อยไปหนึ่งมือ
หอ้งอาหารโรงแรมซิตี้อังกอร์
ผัดผัก
ยำไก่
ปลาลาดซอส
ผัดม็อคโครี่ปลาหมึก
ซี่โครงหมูทอด
ซุปผัก


 หลังจากอิ่มแล้วไกด์ก็แนะนำโปรแกรมการเดินทางสำหรับวันนี้ ได้แก่ เดินทางเที่ยวชมโตนเลสาบ และชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ปราสาทพนมบาเค็ง พวกเราใช้เวลาเดินทางประมาณโรงแรมอังกอร์ซิตี้ ประมาณ 45 นาที ก็ถึงท่าเรือโตนเล โตนเป็นภาษาเขมร หมายถึง แม่น้ำ สาบเป็นภาษาเขมร หมายถึง จืด โดยโตนเลสาบเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และไกด์ยังบอกอีกว่าเมื่อก่อนทุกตารางเมตรของโตนเลสาบ จะมีปลามากมายทุกตารางเมตร แค่พายเรือไปเฉย ๆ ปลาก็กระโดดขึ้นมาอยู่บนลำเรือ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วเพราะการเข้ามาหากิน และทำประมงของชาวเวียดนาม และชาวกัมพูชา มีแต่การจับไม่มีการอนุรักษ์ และรัฐบาลกัมพูชาไม่ได้เข้ามาดูแลเท่าที่ควร จึงทำให้ปลาในโตนเลสาบหมดไปอย่างรวดเร็ว
ลงเรือเที่ยวโตนเลสาบ
ท่าเรือโตนเลสาบ
เตรียมลงเรือไปโตนเลสาบ



 เมื่อลงจากรถเจ้าหน้าที่ก็แจกตั๋วขึ้นเรือ โดยต้องเดินลงไปบริเวณท่าจอดเรือ ไกด์บอกว่าท่าเรือโตนเลได้ทำการขุดขยายร่องน้ำใหม่ มิฉะนั้นน้ำจากโตนเลสาบก็จะมาไม่ถึงเรือก็จะแล่นไม่ได้เพราะน้ำจะตื้นมาก เนื่องจากช่วงที่เราไปเป็นช่วงฤดูร้อนน้ำจึงน้อย ระหว่างการร่องเรือพวกเราก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศสองฝั่งคลอง ก็เป็นวิถีชีวิตของชาวกัมพูชา และชาวเวียดนาม แต่ที่สังเกตุได้ว่านักท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาเยอะมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี นักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนนักท่องเที่ยวฝั่งยุโรปก็มีไม่ใช่น้อย ไกด์บอกว่าเมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอันตราย เพราะทางกัมพูชาไม่อยากทำให้เสียชื่อเมืองท่องเที่ยว ไกด์ยังบอกอีกว่าช่วงนี้เป็นช่วงหน้าโลซีซั่น ถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่น เรือต้องรอคิวนาน คนจะแน่นมาก (ผมว่าช่วงโลซีซั่นของเขาคนยังเยอะพอ ๆ กับไฮซีซั่นแถวบ้านเรา) เรือล่องมาเข้าใกล้กับโตนเลสาบ ก็มีเรือของชาวเวียดนามมาตีคู่ มีเด็กเอางูมาแสดง บ้างก็เอาเรือมาเทียบแล้วก็กระโดดขึ้นเรือมาขายน้ำอัดลมกระป๋อง แปลกดีครับ

ชาวบ้านนำสินค้ามาจำหน่าย
เรือนำเที่ยวโตนเลสาบ

ชาวเวียดนามขายของบนเรือ
ชาวเวียดนามจะมาขอบริจาคเงิน
เด็กเวียดนามที่มารอรับบริจาค
จนเรือวิ่งมาถึงแพที่จะขึ้น ปรากฏว่ามีเด็กเวียดนามมากมายมารออยู่ประมาณ 10 กว่าคน รวมถึงผู้ใหญ่บางคนที่พาลูกมานอนในเรือ เพื่อขอเงิน หรือขนม ไกด์แนะนำว่าไม่ต้องให้หรอกหากให้เด็กจะมารุมขอมากขึ้น และหากมีเด็กมาขอเยอะขึ้นเท่าไร ก็จะเป็นการสร้างผลกระทบในทางลบต่อภาพพจน์ของการท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชา ไกด์พาลงแพที่มองดูว่าเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ มีทั้งของที่ระลึก อาหาร จำหน่าย มีบ่อจระเข้ บ่อปลาเลี้ยงอยู่บนแพ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมโตนเลสาบบนแพตนเอง ส่วนชั้นสองของแพนี้ก็สามารถขึ้นไปชมวิวโตนเลสาบจนสุดลูกหูลูกตา จนลับขอบฟ้าเหมือนกับทะเลดีดีเลยครับ ด้านบนแพยังมองเห็นแพชาวเวียดนาม และแพชาวกัมพูชา ที่ตั้งอยู่บนโตนเลสาบเป็นหย่อม ๆ โดยประชาชนที่อาศัยอยู่บนแพส่วนมากก็ประกอบอาชีพประมง รองลงมาก็จะเป็นการค้าขาย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมโตนเลสาบ
 บ้านบนแพโตนเลสาบ
แพรองรับนักท่องเที่ยว
บ่อจระเข้บนแพ
ของที่ระลึกบนแพ
วิวสวย ๆ บนแพโตนเลสาบ

 พวกเราใช้เวลาอยู่ในโตนเลสาบประมาณ 2 ชั่วโมงก็ต้องเดินทางกลับไปขึ้นรถที่ท่าเรือต่อ เพื่อเดินทางไปชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ปราสาทพนมบาเค็ง ซึ่งตั้งอยู่บนบนภูเขา ไกด์พาพวกเรามุ่งหน้าไปยังจุดบริการนักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมนครวัดนครธมก่อน เนื่องจากคนที่จะเข้ามาเที่ยวนครวัดนครธมต้องมาต่อคิวถ่ายภาพ เพื่อทำบัตรเข้าชมก่อนในวันนี้ก่อน พรุ่งนี้ถึงจะเข้าชมนครวัดนครธมได้
ทำบัตรผ่านเข้าผ่านนครวัดนครธม
นักท่องเที่ยวทำบัตรเข้าชมนครวัด
รถมาจอดรอนักท่องเที่ยว
รถมารอนักท่องเที่ยวที่มาทำบัตรเข้าชมนครวัดนครธม
บัตรเข้าชมนครวัดนครธม
ไกด์ก็พาพวกเราขึ้นรถทัวร์ เพื่อเข้าไปชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าบนปราสาทพนมบาเค็ง ที่ซึ่งไปทางเดียวกับเส้นทางที่จะไปนครวัด รถวิ่งมาณ 10 นาที ก็มาถึง ตีนเขา พวกเราต้องลงจากรถทัวร์และต้องเดินเท้าขึ้นไปบนยอดเขาอีกประมาณ 45 นาที ก็ถึงยอดเขา ซึ่งด้านบนเป็นปราสาทเก่าแก่ ทางขึ้นปราสาทนั้นค่อนข้างชัน สูง และมีหลายขั้น ไม่สามารถขึ้นไปเร็วได้ แต่เมื่อมองขึ้นไปยังบนปราสาทพวกเราก็เห็นนักท่องเที่ยวเต็มไปหมดรอชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พวกเราขึ้นไปด้านบนแต่ไม่ทันกับพระอาทิตย์ตก แต่ก็ได้บรรยากาศอันครึกครื้น เพราะนักท่องเที่ยวต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน และถ่ายภาพวิวบนตัวปราสาทแถบทุกจุดบนตัวปราสาท พวกเรานั่งชมธรรมชาติป่าเขา ด้านบนปราสาทซักพักก็เดินทางลงจากตัวปราสาท เพราะทางเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ให้ค้างคืน หรืออยู่เกิน 6 โมงเย็น
ทางขึ้นปราสาทพนมบาเค็ง
เดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ปราสาทพนมบาเค็ง
บันไดขึ้นปราสาทพนมบาเค็ง
บนปราสาทพนมบาเค็ง
หินที่ใช้สร้างปราสาทพนมบาเค็ง
วิวบนปราสาทพนมบาเค็ง
หลังจากขึ้นรถ ไกด์ก็พาคณะไปทานอาหารเย็นต่อที่ร้านอาหาร โตนเลแม่โขง เพื่อทานอาหารเย็น รวมทั้งชมการแสดงศิลปะพื้นบ้านของชาวกัมพูชา อาหารที่พวกเราทานมีอยู่หลายอย่าง อาทิอาหารไทย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี อาหารของคนอิสลาม และอาหารของนักท่องเที่ยวฝั่งยุโรป อาหารก็เป็นแบบบุฟเฟ่ ตักเสร็จก็ไปนั่งทานอาหารใกล้ ๆ บนเวที พวกเราเพลิดเพลินกับการกิน และชมการแสดงพักใหญ่ จนพุงกาง ไกด์ก็พาขึ้นรถแวะไปเที่ยวถนนคนเดินในเมืองเสียมเรียบ และถนนข้าวเหนียว ก่อนเข้าโรงแรม ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมอังกอร์ซิตี้ประมาณ 3 กิโลเมตร
ร้านอาหารโตนเลแม่โขง
อาหารไทยร้านโตนเลแม่โขง
อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์
ร้านอาหารโตนเลแม่โขงมีให้เลือกมากมาย
ร้านอาหารโตนเลแม่โขง
บรรยากาศภายในร้านอาหารโตนเลแม่โขง
การแสดงศิลปะพื้นบ้านชาวกัมพูชา
การแสดงศิลปะพื้นบ้านในร้านอาหารโตนเลแม่โขง
การแสดงศิลปะพื้นบ้านกัมพูชา

 ถนนคนเดินเสียมเรียบ และถนนข้าวเหนียว ไม่แตกต่างจากถนนคนเดินในประเทศไทยครับ มีของกิน ของใช้ ของฝาก ของที่ระลึกของชาวกัมพูชา เสื้อผ้า ร้านอาหาร พกวเราเดินซื้อของฝากได้เป็นพวกกุญแจ และกรรไกรตัดเล็บที่มีโลโก้ของนครวัดนครธม ในราคาแพ็คละ 100 บาท หนึ่งแพ็คจะมีสินค้าอยู่ 6 ชิ้นด้วยกัน พวกเราใช้เวลาเดินทางเที่ยวชมไม่นาน ก็เดินทางกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมซิตี้อังกอร์
 ทางเข้าถนนคนเดิน เมืองเสียมเรียบ
เดินชมถนนคนเดิน เมืองเสียมเรียบ
ถนนคนเดินเมืองเสียมเรียบ
ของฝากของที่ระลึกในถนนคนเดิน เมืองเสียมเรียบ
สาวกัมพูชาที่เดินมาช็อปปิ้งถนนคนเดิน
ถนนข้าวเหนียวในเมืองเสียมเรียบ
ถนนคนเดินเมืองเสียมเรียบ
เดินเที่ยวถนนข้าวเหนียวเมืองเสียมเรียบ
รุ่งเช้าพวกเรานัดเจอกันที่ห้องอาหารของโรงแรมซิตี้อังกอร์ตอน 7 โมงเช้า และจะเดินทางพร้อมคณะทัวร์เวลา 08.00 น. เพื่อเข้าไปเทียวชมนครวัดนครธม ปราสาทบายน ปราสาทตาพรมในช่วงเช้า หลังจากทานอาหารเช้าแล้ว ไกด์ก็มารอรับคณะทัวร์ตามเวลา พวกเราขึ้นรถทัวร์พร้อมกับคณะทัวร์ จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังจุดบริการเข้าชมนครวัดนครธม เจ้าหน้าที่ทำการตรวจบัตรนักท่องเที่ยวทุกคนแล้ว ก็อนุญาตให้รถเข้าไปเที่ยวยังนครวัดเป็นจุดแรกก่อน
ห้องอาหารโรงแรมซิตี้อังกอร์
อาหารเช้าของโรงแรมซิตี้อังกอร์
ร้านอาหารโรงแรมซิตี้อังกอร์
นครวัด สร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในรัชสมัย พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ซึ่งครองราชย์อยู่ในช่วง พ.ศ. 1650-1693 ซึ่งขณะนั้นศาสนาพราหมณ์ นิกายไวษณพนิกาย นับถือพระวิษณุเป็นใหญ่ อยู่ในช่วงรุ่งเรืองอยู่ในอาณาจักรขอม
พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 จึงโปรดให้สร้างนครวัด เพื่อบูชาพระวิษณุ และนอกจากนั้นแล้ว ก็เพื่อให้เป็นที่ เก็บพระศพของพระองค์ เมื่อยามสิ้นพระชนม์แล้วด้วย ดังนั้น นครวัดจึงแตกต่างกับปราสาทอื่นๆ ตรงที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศของผู้ตายแทนทิศตะวันออก พวกเราเดินชมภายในตัวนครวัดแล้วรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต และคิดว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนชาวบ้านทั่วไปคงเข้าเดินออกไม่ได้ ช่วงที่พวกเราเดินเที่ยวชมปราสาทนครวัดอากาศค่อนข้างร้อนแนะนำว่าให้ติดร่มหรือหมวกไปด้วย เพราะช่วงเที่ยงจะร้อนมากกว่านี้ พวกเราเดินเที่ยวชมประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็เดินทางต่อไปยังนครธม
ทางเข้าชมปราสาทนครวัด
เที่ยวชมนครวัด
เงาปราสาทนครวัด
ปราสาทนครวัด
ทางขึ้นปราสาทนครวัด
ปราสาทนครวัด
ทางขึ้นยอดปราสาทนครวัด
ทางขึ้นยอดปราสาทนครวัด
วิวด้านบนปราสาทนครวัด

 นครธม เป็นมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมรสถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของนครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่นๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือ ทางเข้าด้านใต้ ที่มีลักษณะเป็นหน้า 4 หน้า ก่อนจะเข้าสู่บริเวณนี้ จะเป็นแถวของยักษ์ (อสูร) ทางด้านขวา และเทวดาทางด้านซ้าย เรียงรายแบกพญานาคอยู่สองข้างสะพาน นครธมมีพื้นที่กว้างมากจนไกด์บอกว่าจะพาเที่ยวชมปราสาทบายนเท่านั้น ใช้เวลาเดินเที่ยวชมประมาณ 1 ชั่วโมงก็เดินทางต่อ เพราะถ้าเดินเที่ยวนครธมทั้งหมดวันหนึ่งก็ไม่พอ จากนั้นไกด์ก็พาไปเที่ยวในช่วงเช้าต่อที่ปราสาทตาพรหม
ใบหน้าบนยอดปราสาทบายน
ปราสาทบายน
ปราสาทบายน


ปราสาทตาพรหม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1729 เป็นปราสาทหินในยุคท้าย ๆ ของอาณาจักรเขมร ลักษณะเด่นของปราสาทตาพรหม คือมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นคลุมตัวปราสาทเป็นจำนวนมาก บางต้นก็ช่วยยึกตัวปราสาทได้ดี บางต้นก็ทำให้ตัวปราสาทพังลงมา แต่ปัจจุบันทางกัมพูชาได้ทำการบูรณะบางส่วนไว้บ้างแล้ว พวกเราเดินชมศิลปะที่ธรรมชาติสร้างขึ้นบวกกับสิ่งที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น พวกเราประทับใจการการเดินทางมาชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในทริปนี้ครับ เพราะถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับประเทศไทย เดินทางไม่ไกลมากนัก เส้นทางการเดินทางมาก็สะดวกมากขึ้นแล้ว พวกเรา หวังว่าคงมีข้อสรุปที่ดีเรื่องชายแดนไทยกัมพูชาแล้ว อะไร ๆ ก็คงจะดีขึ้น
ปราสาทตาพรหม
ต้นไม้ขึ้นบนตัวปราสาทตาพรหม
รากไม้ที่เกาะบนตัวปราสาท
ต้นไม้ขึ้นอยู่บนหลังคาปราสาทตาพรหม
ศิลปะธรรมชาติกับโบราณสถาน
ต้นไทรขึ้นบนหลังคาปราสาทตาพรหม
นักท่องเที่ยวจำนวนมาเที่ยวชมปราสาทตาพรหม
ต้นไม้ใหญ่ที่เอนพิงกำแพงปราสาทตาพรหม
ต้นไม้ขนาดใหญ่ในปราสาทตาพรหม

ช่วงเที่ยงพวกเราไปทานอาหารที่ร้านอาหารโตนเลสาบ อาหารก็มีมากมายหลายประเภทเช่นกันครับ ไทย จีน เกาหลี และอาหารแถบยุโรป รสชาติอาหารดีครับ ไม่เพี้ยนจากบ้านเราเท่าไรครับ อร่อยดี พวกเราใช้เวลาทานอาหาร 1 ชั่วโมงก็ออกเดินทางต่อ แต่ว่าบ่ายนี้ไม่ได้ไปเที่ยวต่อกับคณะทัวร์ครับ ซึ่งคณะทัวร์จะเดินทางไปชมปราสาทพนมปุเรน และชมศิวลึงค์ในสายน้ำพนมปุเรน ส่วนพวกเราจะแวะไปเที่ยวบ้านของพี่นพดล คนที่เชิญชวนพวกเราให้มาเที่ยวที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา
 ร้านอาหารโตเลสาบ

หลังจากที่ได้พูดคุย และใช้เวลาในการพบปะกับพี่นพดล จนถึงเวลาประมาณ 3 โมงเย็น พวกเราก็กลับไปขึ้นรถเดินทางกลับพร้อมคณะทัวร์ โดยใช้เวลาถึงด่านประมาณ 5 โมงเย็น ก็ร่ำลาไกด์กัมพูชา ก่อนจะยื่นเรื่องที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา และด่านตรวจคนเข้าเมืองไทย ก่อนกลับก็แวะซื้อของฝากคนทางบ้านที่ตลาดโรงเกลือก่อนเดินทางถึงบ้านด้วยความประทับใจ เอาไว้พบกันใหม่ครับ
ทีมงาน annaontour.com

DotE
LastUpdate ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2554 - 08:00:57 น.
 
Information ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ Email annop_nanya@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
Copyright © 2009 www.annaontour.com. All rights reserved.
Untitled Document
สถิติผู้เข้าชม ขณะนี้มีผู้ชมอยู่ 16 ราย