User ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยี่ยม
   

ให้บริการเช่ารถตู้ พร้อมคนขับ สำหรับ : ท่องเที่ยว ประชุม สัมมนา ตีกอล์ฟ รับ-ส่ง แบบรายวัน วิ่งงานประจำ
บริการเช่ารถตู้เอ็นจีวี เป็นรถตู้รุ่นใหม่ รุ่น VVT-I สามารถใช้ได้ทั้งระบบก๊าซเอ็นจีวี และระบบน้ำมัน
ที่ได้รับมาตรฐานจากศูนย์เอ็นจีวีคาร์เซ็นเตอร์ ความปลอดภัยดีเยี่ยม
เป็นรถประหยัดเชื้อเพลิง เพียง กม.ละ 1 บาท เท่านั้น ภายในรถตู้กว้าง พร้อมเครื่องเสียง ทีวี แอร์เย็นฉ่ำ
จองที่พักปาย
จองที่พักปาย
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
  NewTopic NewReply
 Topic น้ำตกทีลอซู ความฝันของนักเดินทางที่จะได้ไปเยือน
User anna (Administrator)
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18/3/2552
โพสต์ : 83
 
Vcard 2 มิถุนายน 2552 - 14:55:01 น.  
DotE
ทัวร์ทีลอซู น้ำตกทีลอซู 3,600 บาท รถตู้ VIP จาก กทม. น้ำตกทีลอจ่อ อุ้มผาง ดอยหัวหมด น้ำตกพาเจริญ
น้ำตกทีลอซู ความฝันของนักเดินทางที่จะได้ไปเยือน

หน้าหนาวย่างเข้ามา ฤดูกาลท่องเที่ยวทางภาคเหนือก็เริ่มคึกคัก พวกเราสมาชิก annaontour.com ก็ได้รวมตัวกันอีกครั้ง ครั้งนี้รวบรวมสมาชิก 7 คน เป็นชาย 2 ท่าน และหญิง 5 ท่าน พวกเราได้ปรึกษาหารือกันว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนกันดี สมาชิกทุกท่านทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวว่าอยากไปภาคเหนือผมจึงหาข้อมูลและนำเสนอก็สรุปได้ว่าจะไปน้ำตกทีลอซู เนื่องจากน้ำตกทีลอซูได้รับการขนานนามวาเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย และการเดินทางไปน้ำตกทีลอซูนั้นเป็นเส้นทางอันตราย โดยต้องวิ่งผ่านถนนลอยฟ้าซึ่งมีโค้งถึง 1,219 โค้ง จึงทำให้พวกเราอยากเดินทางไปสัมผัส เพราะเราคิดว่าการเดินทางเข้าถึงลำบากเท่าไร เราก็จะได้พบกับสิ่งที่สวยงามและหาดูได้ยากซ่อนอยู่ และเป็นโชคดีของพวกเราที่มีพี่สาวคนโตสุดในสมาชิกของพวกเรามีญาติที่อยู่ใน จ.ตาก ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหุบมะกล่ำ (เป็นหลวงพ่อวัดหุบมะกล่ำ) ได้ช่วยเหลือประสานงานเรื่องข้อมูลการเดินทางและที่พักให้กับเรา ท่านติดต่อกับ บริษัททัวร์ที่อุ้มผาง ให้กับพวกเรา โดยบริษัททัวร์คิดค่าใช้จ่ายกับพวกเราเป็นรายหัว โดยต้องจ่ายหัวละ …. บาท (ขอสงวนสิทธิ์ครับ) แต่โปรแกรมพวกเราขอกำหนดเองครับ โดยบางส่วนที่ไม่เหมาะสมแก่เวลาก็ให้ทาง บริษัททัวร์จัดการครับ พวกเราจึงกำหนดวันเดินทางกันครับ เป็นระยะเวลา 4 วัน 5 คืน โดยมีจุดนัดหมายที่หน้า ม.ราชภัฏนครปฐม เวลาออกเดินทาง ก็ 18.00 น. ล้อหมุนครับ ในการเดินทางครั้งนี้เราใช้รถกระบะคันเดียวและได้นำเสบียงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยจุดหมายแรกเราต้องวิ่งไปถึง จ.ตากก่อน โดยวิ่งผ่าน จ.สุพรรณบุรี จ.ชัยนาท จ.นครสวรรค์ จ.กำแพงเพชร และเข้าสู่จ.ตาก ทางค่อนข้างสบายครับ และเรามาถึงทางแยกไปทาง อ.อุ้มผางแค่ 200 กว่า กม. ผมขับรถมาได้ซักระยะหนึ่งแต่ไม่แน่ใจว่ากี่ กม. จนมาถึงทางแยกหนึ่งไม่แน่ใจว่าแยกอะไรแต่ที่รู้ ๆ ว่าสามารถไปตลาดริมเมยได้ จึงได้เติมน้ำมันที่แยกนี้จนเต็มถังก่อน เพราะคิดว่ายังไม่รู้หนทางข้างหน้าจะมีปั๊มหรือไม่ เมื่อเติมน้ำมันเสร็จและทำธุระส่วนตัวเราจึงเดินทางมุ่งหน้าไปยัง อ.อุ้มผาง ระหว่างการเดินทางพวกเราก็แวะหาหลวงพี่ ที่วัดหุบมะกล่ำ (วัดนี้อยู่เยื้องกับทางเข้าน้ำตกพาเจริญ) เพื่อขอพรและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หลวงพี่บอกว่าก่อนทางหลวงพี่บอกกับพวกเราว่าไม่ต้องกลัวประมาณ 08.00 น.น่าจะถึง ซึ่งเราก็บอกว่าเหลือระยะทางอีกไม่ไกลก็น่าจะถึงเร็วกว่านี้ แต่หลวงพี่บอกว่าคนไม่เคยมาอย่างพวกเราเจอถนนลอยฟ้าก็น่าจะขับไม่เกิน 40 กม./ชม. จากนั้นพวกเราจึงลาหลวงพี่และกะว่าขากลับจะแวะมาอีก พวกเราจึงมุ่งหน้าเดินทางต่อ และระหว่างการเดินทาง ทางก็เป็นทางขึ้นลงเขาและหักข้อศอกตลอดเกือบทั้งเส้น โดยความเร็วที่ใช้ก็ประมาณ 40 กม./ชม. จนฟ้าสาง พวกเราก็ได้แวะที่จุดพักรถ เพื่อชมบรรยากาศยามเช้ามืดที่จุดนี้ พวกเราเห็นหมู่บ้านของชาวเขา ปลูกเรียงรายขึ้นไปตามภูเขาอย่างสวยงามบวกกับหมอกยามเช้าและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ จึงทำให้พวกเราอดคิดไม่ได้ว่าอยากจะมีบ้านอยู่ที่นี่เหมือนกัน จวบจนได้เวลาพวกเราจึงเดินทางต่อ ผมมองถนนจากเขาลูกหนึ่ง แต่ก็ยังเห็นถนนอยู่ริบ ๆ อยู่ลับสายตา โดยตามเส้นทางไม่แทบไม่เห็นบ้านเรือน หรือร้านค้าเลย จะมีก็เพียงแต่รถที่สวนทาง หรือรถที่แซงไปเท่านั้น จนเวลาประมาณ 08.00 น. พวกเราก็มาถึง อ.อุ้มผาง และเข้าสู่ที่พักเมื่อลงจากรถก็ได้พบกับเจ้าของรีสอร์ท และมีอาหารต้อนรับเป็นข้าวต้มกุ้ย กาแฟ ขนมปัง ในมื้อแรกครับ อร่อยครับ เพราะหม้อเดียวก็ไม่พอ หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เราก็ชำระค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดกับเจ้าของรีสอร์ท จากนั้นเจ้าของรีสอร์ทก็พาเราไปยังบ้านตัวรีสอร์ท


เมื่อไปถึงพวกเราถึงกับอึ้ง เพราะว่าตัวรีสอร์ทและบรรยากาศโดยรอบรีสอร์ทสวยมาก เนื่องจากตัวบ้านเป็นบ้านไม้ 3 หลังครับ หลังใหญ่สุด พวกเราพวกรวมกันครับ และเหลืออีกสองหลังเป็นหลังเล็ก ๆ เหมาะสำหรับคู่รักครับ เจ้าของรีสอร์ทใจดีบอกว่าถ้าไม่สะดวกก็ให้ไปนอนได้เลยไม่ว่ากัน ส่วนบรรยากาศโดยรอบติดบ้างรีสอร์ทเป็นทุ่งนาครับ บรรยากาศสบาย ๆ หลังบ้านก็เป็นลำธารน้ำสายเล็ก ๆ มองแล้วน่าลงไปเล่นจริง ๆ ครับ ส่วนห้องน้ำก็มีหลังหละห้องครับ แต่สำหรับหลังใหญ่มีห้องน้ำอีกห้องแยกต่างหากจากในตัวบ้าน เป็นห้องน้ำเปิดหลังคาส่วนตัวห้องน้ำทำจากเศษไม้ที่เหลือ ผมกะว่าคืนนี้จะมานั่งชมดาวที่ห้องน้ำนี้ครับ พวกเรานำสัมภาระเก็บไว้บนรีสอร์ทเสร็จพวกเราก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมล่องแก่งที่ลำน้ำแม่กลองทันที เจ้าของรีสอร์ทนำรถยนต์ของรีสอร์ทพาพวกเราไปยังแก่งทันที

เมื่อได้ไปถึงเราก็เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังล่องเรือยางและส่งเสียงดังด้วยความสนุกสนาน พวกเราตื้นเต้นมากเพราะเคยได้ยินว่าแก่งที่นี่มีความสวยงามและความยากในระดับปานกลาง พวกเราลงเรือยางทันทีล่องมาเรื่อย ๆ ก็แทบจะหลับคาเรือยางเพราะการเดินทางมาเมื่อคืน และได้สัมผัสกับอากาศเย็นสบายของที่นี่ อีกทั้งร่มไม้ที่อยู่สองข้างฝั่งยังปกป้องแสงแดดที่มาถึงทำให้พวกเราหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ตลอด พวกเราล่องเรือยางผ่านผาโหว่ แก่งตะโค๊ะบิ และไฮไลท์ของการล่องเรือยางแห่งนี้ก็อยู่ที่น้ำตกทีลอจ่อนี่แหละครับ เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากผาหินปูนยาวประมาณ 200 เมตร เป็นม่านน้ำบาง ๆ ก่อให้เกิดสายรุ้งอย่างงดงาม และน้ำที่ไหลมาสงสู่โขดหินด้านล่างจนทำให้ตะไคร้จับตัวที่ก้อนหินใหญ่เป็นสีเขียวสวยงาม จึงทำให้ผู้ที่ได้สัมผัสอดใจไม่ไหวที่จะเก็บรูปเพื่อเป็นที่ระลึก

หลังจากนั้นก็จะล่องเรือยางต่อไปยังบ่อน้ำร้อน ซึ่งเป็นน้ำอุ่นที่ผุดขึ้นมาจากริมตลิ่ง พวกเราแวะขึ้นไปแช่ตัวกันที่นี่ซักพักก็กะว่าจะเดินทางต่อแต่สายตาพลันไปเห็นเด็ก ๆ กำลังมุงดูอะไรซักอย่างหนึ่ง จึงทำให้ผมเกิดความสงสัย เข้าไปดูก็ปรากฏว่ามีคนในพื้นที่กลุ่มหนึ่งกำลังย่างมัน เผือก ขาย และเด็ก ๆ เหล่านั้นกำลังลุมซื้อเผือก มัน ที่กำลังร้อน ๆ กันอยู่ผมจึงต่อคิวทันที และซื้อมา 50 บาท จากนั้นก็นำมาแจกจ่ายเพื่อประทังความหิว และความหนาว พวกเราลงเรือยางและล่องเรือมายังแก่งผาเลือด จากจุดนี้พวกเราต้องขึ้นฝั่งเพื่อรับประทานอาหารช่วงกลางวัน และรอรถมารับ ณ จุดนี้ เพื่อเดินทางต่อไปยังน้ำตกทีลอซู ที่เป็นเป้าหมายหลักในการเดินทางของพวกเราในทริปนี้ นักท่องเที่ยวหลายกลุ่มก็รับประทานอาหารกลางวันและรอรถมารับเหมือนกับกลุ่มของพวกเราเช่นกัน เราอีกไม่นานมีรถขับเคลื่อนสี่ล้อขับเข้ามาและมีชายหนุ่มคนหนึ่งลงมาจากรถและเดินถามถึงชื่อกลุ่มของพวกเรา ผมจึงเดินทางเข้าไปหาและบอกว่าพวกเรากำลังรออยู่พอดี จากนั้นพวกเราก็ขึ้นรถโดยสาว ๆ นั่งในรถหมดครับ ผมกับเพื่อนที่เป็นผู้ชายนั่งข้างหลังรถครับ ระหว่างอยู่บนรถก็ไม่รู้เรื่องอะไรแล้วครับหลับสนิท จนถึงหน้าทางเข้าน้ำตกทีลอซูรถจอดลงพวกเราผมกับเพื่อนก็ตื่นขึ้นมาและลงจากรถ ปรากฏว่าขี้ฝุ่นเต็มตัวไปหมด แต่เราก็ไม่หวั่นครับกะว่าจะอาบในที่น้ำตกทีลอซูครับ ก่อนเข้าเราก็ชำระค่าธรรมเนียม โดยมีเจ้าหน้าที่คอยประชาสัมพันธ์ไม่ให้เอาขนมและของจำพวกสิ่งที่ทำให้เกิดมลพิษเข้าไป พวกเราปฏิบัติตามกฏข้อห้ามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ธรรมชาติยังคงอยู่กับพวกเราอย่างสมบูรณ์ต่อไป เราเข้าไปได้ไม่ไกลก็ได้ยินเสียงน้ำตกและภาพน้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าทำให้เราต้องตะลึงกับความสวยงาม และความอลังการของน้ำตกที่ได้ขนานนามว่าสวยงามที่สุดในเมืองไทย พวกเราไปยังน้ำตกด้านล่าง ต่างคนต่างเก็บรูป บางคนก็เล่นน้ำกันอย่างสนุก เพื่อความปลอดภัยพยายามอย่าเล่นน้ำคนเดียวนะครับเพราะกระแสน้ำค่อนข้างเชี่ยว และเย็นอาจทำให้เกิดตะคริวได้ ควรอยู่กันเป็นกลุ่มนะครับ

พวกเราสนุกกันจนได้ที่ก็เดินทางออกจากตัวน้ำตกเพื่อมายังที่รถขับเคลื่อนสี่ล้อและเดินทางกลับ แต่ขากลับผมกับเพื่อนที่นั่งด้านหลังยืมเสื่อคนขับมาคลุมพวกเราไว้ครับกันฝุ่นเกาะ จนถึงรีสอร์ท พวกเราลงจากรถและเข้าพักผ่อนที่รีสอร์ท จนถึงเวลาประมาณ 18.00 น. แม่ครัวของรีสอร์ท (ภรรยาของเจ้าของนั่นแหละ) มาเตรียมอาหารให้เราในช่วงเย็น โดยรีสอร์ทจัดโต๊ะอาหารไว้หน้าบ้านโดยอาหารทางแม่ครัวมาทำให้ที่ข้าง ๆ โต๊ะ เลยครับ เราเลยในรับประทานอาหารร้อน ๆ สด ๆ ในบรรยากาศเย็นสบาย โดยมีกองไฟสุมอยู่ข้าง ๆ โต๊ะอาหาร บอกได้เลยว่ามีความสุขมากครับกับบรรยากาศสบาย ๆ และอบอุ่น

หลังจากอาหารเย็นพวกเราก็เข้านอนเพื่อเตรียมเดินทางต่อในวันรุ่งเช้าของพรุ่งนี้ 05.00 น. เสียงรถดังที่หน้ารีสอร์ท และได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นเจ้าพวกเรารู้ทันทีว่าเจ้าของรีอสร์ทมารับเราไปชมทะเลหมอกที่ดอยหัวหมด พวกเราเปลี่ยนเสื้อผ้าและไม่ลืมที่จะใส่ชุดกันหนาวครับ เพราะอากาศช่วงเช้ามืดหนาวมากครับ เมื่อไปถึงดอยหัวเจ้าของรีสอร์ทหาที่จอดรถและบอกกับพวกเราว่า ข้างบนหมดก็เห็นรถยนต์จอดอยู่สองฝั่งทางลานที่จอดรถคงแน่นหมดแล้ว คงต้องเดินไกลนิดหนึ่งไม่มีปัญหาสำหรับพวกเราครับ เมื่อเดินไปเกือบถึงยอดดอยพวกเราเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยู่บนยอดดอยหัวหดและกำลังรอชมพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า และเราก็เป็นหนึ่งในจำนวนนักท่องเที่ยวพวกนั้นเช่นกันครับ เราขึ้นสู่ยอดดอยหัวหมดและทอดสายตาชมทะเลหมอกที่อยู่เบื้องหน้า ที่มีสายหมอกเคลื่อนตัวเหมือนสายน้ำที่ไหลไปตามเกาะแก่งต่าง ๆ จนเห็นแสงสว่างจากดวงอาทิตย์กำลังทอแสงขึ้นมาทีละน้อย

จนถึงเวลาอันสมควรจึงเดินทางกลับมายังรีสอร์ทเพื่อรับประทานอาหารเช้าอีกครั้ง จากนั้นเจ้าของรีสอร์ทพาพวกเราเดินทางต่อในยังทุ่งใหญ่นเรศวร เพื่อชมความงดงามและความสมบูรณ์ของป่าในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร โดยมีคนพื้นที่นำทางให้แก่พวกเรา เมื่อรถมายังลานจอดรถแล้วพวกเราต้องเดินทางเข้าไปในเขตทุ่งใหญ่นเรศวรอีกประมาณ 2 ชม. ระหว่างการเดินทางเข้าไปเราพบกันช้างคนนำทาง และนักท่องเที่ยว ที่เดินทางจากทีลอเล เป็นระยะ ๆธรรมชาติในเขตทุ่งใหญ่นเรศวรยังอุดมสมบูรณ์มีลำธารที่ยังคงมีน้ำไหลผ่านเป็นระยะ จนมาถึงตัวน้ำตกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง พวกเราจึงหยุดรับประทานอาหารกลางวันที่นี่ครับ และก็ลงเล่นน้ำ ณ จุดนี้เพื่อคลายความร้อน พวกเราใช้เวลาในการเล่นน้ำประมาณ 1 ชม.


จึงเดินทางกลับมายังที่ลานจอดรถเพื่อเดินทางต่อไปยังหมู่กระเหรี่ยงปะละทะ เมื่อเราไปถึงเจ้าของรีสอร์ทก็พาพวกเราไปรู้จักคุณครูที่สอนนักเรียนชาวกระเหรี่ยง โดยคุณครูพาเราเที่ยวชมหมู่บ้านโดยรอบ และวิถีการดำเนินชีวิตที่เป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่นานพวกเราก็ลาคุณครูแล้วเจ้าของรีสอร์ทก็พาเราไปเที่ยวชมสวนส้มรายใหญ่ของอำเภออุ้มผาง เจ้าของรีสอร์ทขับรถขึ้นไปบนเนินเขาที่เป็นจุดชมวิวของสวนส้ม อากาศที่นี่เย็นสบายครับ บวกกับวิวสวนส้มที่มีผลส้มสีเหลืองทำให้เป็นภูเขาสีเหลืองผสมกับสีเขียว เป็นวิวที่สวยงามมากครับ

ก่อนกลับพวกเราซื้อส้มฝากคนทางบ้านจำนวนหนึ่งจึงเดินทางกลับยังที่พัก เพื่อพักผ่อน และรับประทานอาหารเย็นครับ คืนนี้พวกเราเข้านอนกันแต่หัววันเพราะเพลียกับการเดินทางและเตรียมตัวเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น พวกเรารับประทานอาหารเช้าเสร็จก็ขอลาเจ้าของรีสอร์ท เพื่อเดินทางไปยังน้ำตกพาเจริญ และเมื่อเดินทางไปถึงพวกเราก็เก็บรูปและสำรวจน้ำตกพาเจริญกัน ตัวน้ำตกมีทั้งหมด 97 ชั้น ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะอยู่บริเวณที่น้ำตกชั้นล่าง ส่วนชั้นบนจะเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่ไหลลดลั่นกันมาเป็นชั้น ๆ พวกเราเดินขึ้นไปชมน้ำตกประมาณครึ่งทางก็ต้องกลับลงมาเพราะเข้าสู่ช่วงเย็น พวกเราย้อนกลับไปหาหลวงพี่ที่วัดหุบมะกล่ำ และเดินทางไปพักที่บ้านญาติของหลวงพี่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดซักเท่าไร พอมาถึงบ้านญาติของหลวงพี่ เราก็พบกับคุณตาและคุณยายซึ่งเป็นเจ้าของบ้านและเป็นธรรมเนียมที่เราจะต้องไหว้เพื่อแสดงความเคารพ คุณตาคุณยายต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดีครับ และเย็นนั้นท่านก็ลงมือทำอาหารเลี้ยงพวกเราอย่างอิ่มหนำสำราญ พวกเราค้างกับคุณตาคุณยายหนึ่งคืน เมื่อถึงช่วงเช้าคุณตาคุณยายก็เลี้ยงอาหารมื้อเช้าเราแถมอีกหนึ่งมื้อก่อนออกเดินทาง พวกเรากล่าวคำขอบคุณและยกมือไหว้คุณตาคุณยาย และลาหลวงพี่ จากนั้นพวกเราก็มุ่งหน้าไปยังตลาดริาเมยซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศพม่า พวกเราแวะซื้อสินค้าเผื่อเป็นของฝาก ข้าวของส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าจากประเทศจีน เป็นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า พวกเครื่องไม้ เมื่อเดินเที่ยวชมและซื้อสินค้าจนตัวเบา ก่อนเดินทางกลับพวกเราก็แวะไปเก็บรูปและชมสะพานมิตรภาพไทยพม่า โดยจุดนี้จะเป็นชายแดนที่ทำการค้าระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับตลาดริมเมยมากนัก พวกเราแวะหาอะไรลองท้องที่นี่ก่อนที่จะเดินทางกลับโดยใช้เส้นทางเดิมประปรมาณ 23.00 น. พวกเราก็เดินทางถึงหน้า มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมและแยกย้ายกันกลับบ้าน

เรื่องเล่าการเดินทาง จาก Mr.annaontour
 
Information ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ Email annop_nanya@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
Copyright © 2009 www.annaontour.com. All rights reserved.
Untitled Document
สถิติผู้เข้าชม ขณะนี้มีผู้ชมอยู่ 6 ราย