User ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยี่ยม
   

ให้บริการเช่ารถตู้ พร้อมคนขับ สำหรับ : ท่องเที่ยว ประชุม สัมมนา ตีกอล์ฟ รับ-ส่ง แบบรายวัน วิ่งงานประจำ
บริการเช่ารถตู้เอ็นจีวี เป็นรถตู้รุ่นใหม่ รุ่น VVT-I สามารถใช้ได้ทั้งระบบก๊าซเอ็นจีวี และระบบน้ำมัน
ที่ได้รับมาตรฐานจากศูนย์เอ็นจีวีคาร์เซ็นเตอร์ ความปลอดภัยดีเยี่ยม
เป็นรถประหยัดเชื้อเพลิง เพียง กม.ละ 1 บาท เท่านั้น ภายในรถตู้กว้าง พร้อมเครื่องเสียง ทีวี แอร์เย็นฉ่ำ
จองที่พักปาย
จองที่พักปาย
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
  NewTopic NewReply
 Topic ทัวร์บ้านกรูด แก่งกระจาน บ้านพุเข็ม
User anna (Administrator)
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18/3/2552
โพสต์ : 83
 
Vcard 1 มิถุนายน 2552 - 22:07:43 น.  
DotE

หาดบ้านกรูด ดำน้ำดูปะการัง เกาะทะลุ เกาสิง เกาะสังข์ และรำร่า องค์พระปฐมเจดีย์ 2 วัน 1 คืน
ทัวร์บ้านกรูด แก่งกระจาน บ้านพุเข็ม
ทริปนี้เป็นทริปสั้น ๆ สำหรับพวกเรา 2 วัน 1 คืน ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไรสำหรับการเดินทาง พวกเราวางโปรแกรมการเดินทางเป็นสถานที่หลัก ๆ ประมาณ 4 ที่ เพื่อเป็นจุดหมายในการเดินทาง ได้แก่ บ้านกรูด เขาทะลแก่งกระจาน
พวกเรารวมตัวกันอีกครั้ง โดยมีสมาชิกการเดินทางครั้งนี้ รวม 4 หนุ่ม หน้าเดิม ๆ ครับ คนแรกป้อมปี่กระบี่มือเดียว คนที่สองต้นคนดูดี คนที่สามบุ๊คห้าพันกีบ และผมแอนนาขาลุยครับ ครั้งนี้พวกเราออกเดินทางจาก บ้านสวนทิพย์ ใกล้ ๆ กับสวนสามพราน จ.นครปฐม ตอนตี 2 กะว่าจะไปเช้าที่ หาดบ้านกรูด เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า เราเดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่าน จ.นครปฐม จ.ราชบุรี จ.เพชรบุรี จากนั้นก็เข้า จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขับผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญหลายที่ จนมาถึงประมาณกิโลเมตรที่ 382 ป้ายบอกแยกซ้ายเลี้ยวเข้าไปหาดบ้านกรูด พวกเราเลี้ยวซ้ายทันที ไปตามถนนเพชรเกษม-บ้านกรูด ขับเข้ามาประมาณ 5 กิโลเมตร จะพบทางรถไฟ ให้ข้ามทางรถไฟ แล้วขับเข้ามาประมาณ 9 กิโลเมตร ก็จะพบชายหาดบ้านกรูด พวกเราไปถึงเร็วกว่ากำหนดจึงนอนรอชมพระอาทิตย์ขึ้น ประากฏว่าพวกเราหลับเพลินจนพระอาทิตย์ขึ้นไปแล้ว จึงได้แต่เดินเล่นกินบรรยากาศทะเลออันเงียบสงบและชมความสวยงามของชายหาด ก่อนที่ะเดินทางไปยังเขาธงชัย เพื่อไปสักการะพระพุทธกิติสิริชัย เพื่อเป็นศิริมงคล ซึ่งอยู่กับชายหาดบ้านกรูด ประมาณ 3 กม.









เมื่อพวกเรามาถึงทางขึ้นเขาธงชัย ทางค่อนข้างชัน แต่ทางขึ้นและทางลงจะอยู่คนละทางกัน จึงสามารถเร่งเกียร์ตอนขึ้นไปเขาได้อย่างสบายครับ พวกเรานำรถไปจอดบนลานจอดรถครับ จากนั้นก็ไปนมัสการ พระพุทธกิติสิริชัยและนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์รอบ ๆ ในบริเวณ เพื่อเป็นศิริมงคลก่อน แต่พวกเราไม่ได้เข้าไปนมัสการพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ เนื่องจากยังไม่เปิด จากนั้นพวกเราเดินชมวิวด้านบนยอดเขาธงชัย สวยมากครับ อากาศดีด้วย ก็ดูจากภาพที่พวกเรานำมาฝากซิครับ


เช้านี้พวกเรายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยกะว่าไปทานข้าวรวบยอดที่บางสะพานเลย จึงรีบออกเดินทางกันต่อทันที พวกเราออกไปตามถนนเส้นเดิม เพชรเกษม-บ้านกรูด เพื่อโผล่ถนนเส้นหลักเพชรเกษม สาย 4 จากนั้นเดินทางต่อ จำไม่ได้ว่ากี่กิโลเมตร แต่ประมาณซัก 10 กว่ากิโลเมตรเห็นจะได้ จากนั้นจะเห็นป้ายไป อ.บางสะพาน พวกเราเลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 14 กม. ก็จะพบตลาดสดบางสะพาน พวกเราจึงแวะที่นี่ก่อน เพราะพวกเราถือคติพจที่ว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ตลาดบางสะพานเป็นตลาดสดที่มีผู้คนในพื้นที่เข้ามาจับจ่าย ซื้อของ กันอย่างคับคั่งพอสมควร ข้าวของส่วนใหญ่ก็เป็นจำพวกอาหาร ผัก ผลไม้ พวกเราไปสะดุดร้านขนมจีนแห่งหนึ่ง ดูแล้วน่าสนใจมาก คนนั่งทานเพียง ซึ่งมีทั้งน้ำยา น้ำพริก แกงป่า ฯ และผักสดต่าง ๆ มากมาย พวกเราจึงตัดสินใจแวะที่ร้านนี้ครับ (ไม่มีชื่อร้านครับ แต่ถ้าเข้าไปตลาดบางสะพานน่าจะมีเจ้าเดียวครับ เป็นทั้งร้านขายส่งทั้งขายปลีก)






เมื่ออิ่มหนำกันเต็มที่แล้ว พวกเราก็ออกเดินทางต่อไปยังอ.บางสะพานน้อย เพื่อไปท่าเรือเขาทะลุ หรือ ท่าเรือเกาะทะลุครับ การเดินทางสามารถเดินทางจากสี่แยกไฟแดงไฟทาง อ.บางสะพานน้อยอีกประมาณ 12 กม. ก็จะพบท่าเรือไปเขาทะลุ พวกเราได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ และแจ้งความประสงค์ว่าต้องการที่จะเดินทางไปเขาทะลุ แต่เจ้าหน้าที่บอกกับพวกเราว่า เมื่อคืนพายุเข้าตอนตี 1 วันนี้จึงไม่สามารถออกเรือได้ พวกเราเข้าใจดี จึงเปลี่ยนแผนที่จะทางต่อ แต่ระหว่างนั้น จึงเดินเล่นและเดินคิดกันพักใหญ่ว่าจะไปที่ไหนต่อ และก็ได้ข้อสรุปว่าน่าจะไปพักแถวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากนั้นจึงเดินทางย้อนกลับไป จ.เพชรบุรีต่อทันที





พวกเราย้อนกลับไปทางถนนเพชรเกษม และเดินทางย้อนกลับมายัง จ.เพชรบุรี เส้นทางเข้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีหลายเส้น แต่พวกเราใช้เส้นทาง วิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499 ระยะทางประมาณ 30 กม. ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กม. แต่พวกเรายังไม่เข้าอุทยานฯ กะว่าจะขึ้นไปชมสันเขื่อนแก่งกระจานก่อน พวกเราขับรถไปอีกประมาณ 2 กม. ก็ขึ้นไปอยู่บนสันเขื่อนแก่งกระจาน โดยเขื่อนถูกสร้างขึ้น เมื่อเดือน ตุลาคม ปี 2505 สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2509 เป็นเขื่อนดินสร้างปิดช่องเขา 3 ช่องติดต่อกัน เขื่อนนี้สูง 58 เมตร ยาว 1,320 เมตร สันเขื่อนกว้าง 8 เมตร ฐานตอนกว้างที่สุด 250 เมตร มีทางน้ำให้ล้นผ่านไปได้ 1,380 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที มีเนื้อที่อ่างเก็บน้ำ 31,000 ไร่ เก็บน้ำได้ 710 ลูกบาศก์เมตร ค่าก่อสร้าง 160 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเปรียบเสมือนทะสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ จึงทำให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมกันเยอะมาก จุดนี้จึงทำให้มีแม่ค้า และคนนำเที่ยวอยู่บนบริเวณสันเขื่อน มาคอยให้บริการลูกค้า พวกเราจึงลองสอบถามการล่องเรือ เที่ยวชมเขื่อนแก่งกระจาน และที่พักที่น่าสนใจ และได้คำตอบว่าที่พักที่น่าสนใจได้แก่โฮมสเตย์บ้านพุเข็ม แต่พวกเรายังไม่ตอบตกลง กะว่าจะเที่ยวก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง จึงได้ขอเบอร์โทรศัพท์คนนำเที่ยวไว้ก่อน จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน







อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี และมีลักษณะเด่นทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 1,821,687.84 ไร่ หรือ 2,914.70 ตารางกิโลเมตร พวกเรานั่งเล่นและพักผ่อน ที่ทำการอุทยานฯ จนเย็น และยังตัดสินใจหาที่พักไม่ได้ เพราะที่พักเยอะมาก แต่พวกเราคิดว่าจะไปนอนที่เงียบ ๆ หลบความวุ่นวาย จึงได้โทรไปที่คนนำเที่ยวคนเดิม และทางคนนำเที่ยวบอกกับเราว่าถ้าจะไปนอนที่โฮมสเตย์บ้านพุเข็ม ให้พวกเราเอารถไปจอดที่ร้านอาหารครัวแก่งเพชร ได้ พวกเราตอบตกลง และต้องเสียค่าเช่าแพ็คเกจคนละประมาณ 650 บาท ราคานี้รวมที่พัก อาหาร 4 มื้อ พร้อมเรือนำเที่ยวเขื่อนอีก 1 รอบ แต่พวกเราคิดว่าน่าจะทานได้แค่ 2 มื้อ เนื่องจากว่าพรุ่งนี้เช้าก็เดินทางกลับแล้ว (ถ้าเช่าเรืออย่างเดียวประมาณ 800 บาทครับ)



พวกเรารอเรือไม่นานนักก็มีเรือมารับพวกเราไปที่ โฮมสเตย์บ้านพุเข็ม ซึ่งเป็นหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งอยู่ในส่วนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ปัจจุพันบ้านพุเข็มเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยได้รับความช่วยเหลือจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพวกเราใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ก็ถึง โฮมสเตย์บ้านพุเข็ม โดยมีคุณลุงคนหนึ่งมารอรับที่ท่าเรือ พวกเราได้สอบถามก็ได้ความว่า ชื่อคุณลุงแหลม เป็นคนประสานงานและดูแลเรื่อง โฮมสเตย์บ้านพุเข็ม จากนั้น ลุงแหลมก็ได้นำสัมภาระของพวกเราขึ้นรถเข็น และพาไปยังตัว โฮมสเตย์บ้านพุเข็ม เมื่อเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ได้มีโอากาสเดินเที่ยวชมธรรมชาติ บริเวณบ้านพุเข็ม จากนั้นไม่น่านก็มีนักท่องเที่ยวที่รักการตกปลาท่านหนึ่งกลับขึ้นฝั่งที่บ้านพุเข็ม พวกเราลงเดินไปสอบถามและเข้าไปดูปลาที่พี่เค้าตกได้เป็นปลายี่สกตัวประมาณซักเกือบ 10 กก. จำนวน 2 ตัว และปลาชะโดตัวประมาณ 7 กก. จำนวน 1 ตัว เค้าบอกว่ามาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว มาได้ประมาณ 3 ครั้ง แล้ว ถ้าหากว่างจะมาอีก ผมนั่งคุยกับพี่นักท่องเที่ยวและลุงแหลม เรื่องการเที่ยวชมที่โฮมสเตย์บ้านพุเข็ม ทางลุงแหลมบอกว่านอกจากตกปลาแล้ว ยังมีกิจกรรมเดินป่า ล่องเรือชมแก่งกระจาน ไปสักการะสำนักวิปัสสนาเกาะศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่บนเขา







เวลาผ่านไปจนเย็น พวกเราจึงมานั่งชมพระอาทิตย์ตกในช่วงยามเย็น ในบรรยากาศที่เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติที่โฮมสเตย์บ้านพุเข็มแห่งนี้ จนเวลา 19.00 น. พี่แหลมก็ได้นำอาหารมาบริการพวกเรา อาหารเป็นแบบพื้นบ้านครับ มีปลานิลทอดตัวโตโต น้ำพริก ผักสดสดไร้สารพิษ แกงส้มปลาเนื้ออ่อน ไข่เขียว มื้อนี้สุดยอดครับ เพราะอาหารแบบพื้นบ้านที่อร่อย ๆ แบบนี้ สำหรับพวกเราไม่ได้กินซักเท่าไรครับ หลังจากพวกเราทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ พวกเราก็นั่งคุยกับลุงแหลมไปพราง ๆ ก็พอจะทราบว่าที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ พลังงานที่ใช้ก็มาจากแผงโซล่าเซล ที่ทางอุทยานฯ ให้มา พวกเรานั่งคุยไปกินบรรยากาศไปจนถึงเวลา 22.00 น. จึงอาบน้ำและเข้านอนรอชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าครับ



รุ่งเช้าพวกเรานั่งจิบกาแฟรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่บริวเณนอกชานโฮมสเตย์บ้านพุเข็ม จากนั้นก็ได้ยินเสียงนกเอี้ยง นากกาเหว่า ออกหากินในช่วงเช้า สลับเสียงไก่ขัน เสียงวัว ฟังแล้วรู้สึกสบายอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก เมื่อถึงเวลา 07.00 น. พวกเราก็เก็บข้าวของสัมภาระเตรียมล่องเรือชมเขื่อนแก่งกระจานต่อ



จนเวลา 08.00 น. เรือก็มารอรับพวกเราที่ท่าเรือ แล้วพาพวกเราก็ล่องเรือชมเขื่อนแก่งกระจาน และเขาต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการล่องเรือ และก็พามาแวะที่สำนักวิปัสสนาเกาะศักดิ์สิทธิ์ ที่สำนักสงฆ์นี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านในบริเวณ เวลาชาวบ้านจะมาทำบุญ ก็ต้องนั่งเรือมา ที่วัดนี้เปิดให้เข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่ 08.00 น. - 18.00 น. พวกเราขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเดินชมบริเวณรอบ ๆ สำนักสงฆ์ จากนั้นจึงลงเรือและเดินทางกลับขึ้นฝั่งที่ร้านอาหารครัวแก่งเพชร



พวกเราแวะทานอาหารที่ร้านอาหารครัวแก่งเพชร ก่อนเดินทางกลับ ร้านอาหารสะอาดครับ ข้างในรองรับนักท่องเที่ยวได้มากพอสมควร แถมที่ร้านอาหารครัวแก่งเพชร ยังมีห้องพักบริการอีกด้วย



หลังจากที่พวกเราได้อิ่มกับอาหารมื้อกลางวันแล้วก็ออกเดินทางเตรียมที่จะกลับบ้าน แต่เผอิญเหลือบไปเห็นรีสอร์ทและร้านอาหาร ชื่อปิยะฉัตรรีสอร์ท ตรงต้นน้ำแก่งเพชร ซึ่งบริเวณที่นำไหลผ่านนั้น มีเครื่องเล่นอย่างเช่น เชือกโหนลงมาจากหอกระโดดสู่แม่น้ำ เพชร กับเชือกที่ขึงระหว่างลำน้ำเพชร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลงเล่นน้ำกัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมล่องเรือยางบนลำน้ำเพชรอีกด้วย พวกเราจึงแวะไปพักดื่มเครื่องดื่มชูกำลังและลงเล่นน้ำในช่วงเที่ยงให้หายร้อนก่อน





จนได้เวลาเย็นพอสมควรพวกเราจึงเดินทางกลับภูมิลำเนา รอการเดินทางครั้งใหม่ในทริปหน้า
จากทีมงาน annaontour.com

เรื่องเล่าการเดินทาง จาก Mr.annaontour

DotE
LastUpdate ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2552 - 22:57:11 น.
 
Information ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ Email annop_nanya@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
Copyright © 2009 www.annaontour.com. All rights reserved.
Untitled Document
สถิติผู้เข้าชม ขณะนี้มีผู้ชมอยู่ 13 ราย