User ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยี่ยม
   

ให้บริการเช่ารถตู้ พร้อมคนขับ สำหรับ : ท่องเที่ยว ประชุม สัมมนา ตีกอล์ฟ รับ-ส่ง แบบรายวัน วิ่งงานประจำ
บริการเช่ารถตู้เอ็นจีวี เป็นรถตู้รุ่นใหม่ รุ่น VVT-I สามารถใช้ได้ทั้งระบบก๊าซเอ็นจีวี และระบบน้ำมัน
ที่ได้รับมาตรฐานจากศูนย์เอ็นจีวีคาร์เซ็นเตอร์ ความปลอดภัยดีเยี่ยม
เป็นรถประหยัดเชื้อเพลิง เพียง กม.ละ 1 บาท เท่านั้น ภายในรถตู้กว้าง พร้อมเครื่องเสียง ทีวี แอร์เย็นฉ่ำ
จองที่พักปาย
จองที่พักปาย
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
โต๊ะจีนนครปฐม โต๊ะจีนดี คุณภาพอาหารเยี่ยม ไมตรีโภชนา
  NewTopic NewReply
 Topic ตะลุยลาวใต้ ดินแดนมหัศจรรย์ แห่งลุ่มน้ำโขง
User anna (Administrator)
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18/3/2552
โพสต์ : 83
 
Vcard 28 พฤษภาคม 2552 - 15:27:49 น.  
DotE

แนะนำทัวร์ลาวใต้ ดินแดนมหัศจรรย์แห่งลุ่มน้ำโขง
ANL004 ลาวใต้ ทัวร์ลาวใต้ ปากเซ น้ำตกตาดฟาน ตาดเยือง ตาดผาส้วม หมู่บ้านชนเผ่า ปราสาทหินวัดพลู หลี่ผี น้ำตกคอนพะเพ็ง 3 วัน 4 คืน
ราคาเพียงท่านละ 5,500 บาท 8 ท่านสามารถกำหนดวันเดินทางได้เอง


ตะลุยลาวใต้
ดินแดนมหัศจรรย์ แห่งลุ่มน้ำโขง
วันที่ 27 มี.ค. ตอนประมาณบ่ายสองโมง เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น ผมจำได้ขึ้นมาทันทีว่าวันนี้ผมมีนัดกับป้อมปี่ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของผม และผมก็ไม่รอช้าที่จะหยิบกระเป๋าเดินทางที่เตรียมสัมภาระไว้แล้วออกเดินทาง ในกระเป๋าก็จะมีเสื้อผ้าสองชุด กับพาสปอร์ตการเดินทาง และก็มีเงินในจำนวนจำกัดที่ผมจะต้องใช้ในครั้งนี้ และผมก็ยังไม่แน่ใจว่าผมจะไปพักที่ไหนก็ไม่ลืมที่จะหยิบเต๊นท์คู่กายที่ใช้ในการเดินทางทุกครั้งติดตัวไปด้วย ผมนัดเจอกับป้อมปี่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทร์ ตอนสามโมงเย็น เมื่อไปถึงจุดนัดพบพี่ป้อมปี่นั่งคอยผมและกำลังดูรายละเอียดการเดินทางที่เราจะต้องลุยกันในการเดินทางครั้งนี้ หลังจากการได้คุยกันเราก็ขึ้นรถตู้จากม.ศิลปากร และไปลงยังเซ็นทรัลปิ่นเกล้า จากนั้นเราก็นั่งรถเมล์ไปลงยังสถานีรถไฟฟ้าและต่อจากรถไฟฟ้าไปยังสถานีขนส่งหมอชิต ผมกับพี่ป้อมปี่มองหาบริษัทเดินรถซักครู่ใหญ่เพื่อที่จะเดินทางไปช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี และสอบถามได้ว่า มีบริษัทพิบูลย์ทัวร์ ที่จะออกในช่วงหกโมงเย็น เป็นรถปรับอากาศชั้น 1 ซึ่งถ้าผมมาช้ากว่านี้ก็คงจะต้องนั่งรอรถในเที่ยวหกโมงเช้าแน่นอน

ผมกับพี่ป้อมปี่ไม่รอช้ารีบจองตั๋วรถทันทีครับ และออกไปนั่งรอรถ กรุงเทพฯ-ช่องเม็ก เมื่อรถมาถึงผมก็ขึ้นไปจับจองที่นั่งบนรถทันที เมื่อถึงเวลารถก็ออกตามกำหนดเป๊ะ ซักครู่ใหญ่แอร์บัส ก็เสริฟน้ำผลไม้ และขนมคุ๊กกี้ อย่างละหนึ่งชิ้น และตามด้วยน้ำเปล่า ส่วนบรรยากาศบนรถช่วงหัวค่ำครึกครื้นครับ มีเสียงสมาชิกบนรถและเสียงเพลงออกแนวอีสานแข่งกันครับ นอนไม่หลับซักเท่าไร

ตลอดการเดินทางจำไม่ได้ว่าจอดสถานีตรงไหนบ้างเพราะกำลังอยู่ในอการสลึมสลือ จนมาถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษรถมาถึงสถานีน่าจะแถวโคราชแอร์บัสก็แจ้งว่าสถานีนี้สำหรับทำธุระส่วนตัว และมีร้านอาหารบริการ ด้วยความหิวผมกับป้อมปี่ก็ลงไปและเขาแจ้งว่าคูปองที่ได้มากับลดมีมูลค่าสิบสองบาท ผมกับป้อมปี่ไม่รอช้าแลกเสร็จก็นำไปซื้อก๋วยเตี๋ยวชามละ 25 บาท ต้องเพี่มเงินอีกคนละ 13 บาท ต่อด้วยมาม่า กระป๋องละ 15 บาท และก็น้ำอีกขวดละ 10 บาท มื้อนี้รอดตายครับ

จากนั้นเราก็ทำธุระส่วนตัวและขึ้นไปรอบนรถปรับอากาศต่อครับแล้วก็หลับ ๆ ตื่น ๆ อีกเช่นเคย พอเกือบจะถึงอุบลฯ ผมก็เห็นตำรวจประมาณ 2-3 คน ขึ้นมาตรวจบัตรประชาชน ของผู้โดยสารบนรถ ผมก็งงและก็หวั่น ๆ นิดหน่อยว่าตรวจอะไรกันเหรอ พอดีแอร์บัสเดินผ่านมาผมก็สอบถามและได้ความว่า เขาตรวจหาคนหาพวกที่ลักลอบเข้าเมือง และผมก็เห็นสมาชิกจำนวนหนึ่งที่อยู่บนรถมีทั้งผู้หญิง และผู้ชาย ถูกนำตัวขึ้นไปบนหลังรถกระบะ ผมก็สอบถามแอร์บัสอีกว่าเขาจะพาไปไหน แอร์บัสก็ตอบแบบไม่มั่นใจว่าพวกเขาเป็นชาวต่างด้าว อาจจะต้องนำตัวไปเสียค่าปรับที่โรงพัก แล้วก็ปล่อยตัว เห็นพวกเขาก็สงสารครับเพราะตอนที่ผมไปหนาวมาก ๆ ขนาดประจกของรถปรับอากาศเป็นไอน้ำเกือบทั้งคัน แล้วสมาชิกเหล่านั้นไปอยู่บนหลังรถคงจะหนาวน่าดู แต่ผมก็ได้แค่เป็นกำลังใจเขาเท่านั้นครับ จากนั้นรถก็แล่นต่ออีกและไปจอดท่ายังสถานีที่ต้องแวะ ก็จะมีผู้คนลงบางและขึ้นมาใหม่อีก และผมก็ต้องเจอด่านตรวจอีกประมาณ 3 ด่าน คนที่ขึ้นมาใหม่ที่ไม่มีบัตรประชาชนก็ยังมีอยู่และพวกเขาก็ต้องถูกเชิญไปกับพวกตำรวจเช่นเคย รถปรับอากาศแล่นมาจนเวลาประมาณเกือบ 7 โมงเช้า ผมก็ได้ยินเสียงแอร์บัสแจ้งว่าถึงช่องเม็กแล้ว




ผมกับป้อมปี่เดินลงจากรถและกำลังมองมาจุดเริ่มต้นและลำดับความต้องการในการเดินทางของวันนี้ ป้อมปี่ชวนผมเดินสำรวจตลาดยามเช้าที่ช่องเม็ก ผู้คนยังไม่ค่อยเยอะเนื่องจากยังเช้าอยู่แต่ของก็ค่อนข้างเยอะครับ จากนั้นผมกับป้อมปี่หาร้านอาหารเพื่อที่จะตุนกำลังก่อนที่จะเดินทางยังดินแดนลาวใต้ ดินแดนที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติ หลังจากได้กาแฟกับขนมปังรองทองแล้ว เราก็เดินทางไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทยเมื่อทำหนังสือเดินทางเข้ายังประเทศลาว ไม่นานเราก็กรอกแบบฟอร์มเสร็จ และก็ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย จากนั้นเราก็นำพาสปอร์ตกับเอกสารข้ามไปยังประเทศลาวและยื่นต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งลาว เมื่อเสร็จสับผมก็นำเงินจำนวนสองพันบาทไทย ไปแลกกับเงินลาว เงิน 1 บาทไทย แลกได้ 270 กลีบ ไม่น่าเชื่อครับว่าผมจะมีเงินอยู่ในมือตั้ง 540,000 กลีบ เยอะจริง ๆ

เมื่อผมดำเนินเรื่องเสร็จก็มีเจ้าของรถกระบะหลายคันเข้ามาติดต่อสอบถามว่าจะไปไหนและเสนอราคา ซึ่งตอนนั้นผมกับป้อมปี่ก็ยังไม่กล้าที่จะใช้บริการเพราะกลัวโดนหลอก ก็ไปถามชาวบ้านระแวกนั้นเขาก็ชี้มื้อไปทางด้านหน้าและบอกว่าอีกไม่ไกลก็จะมีรถแท็กซี่และรถเมล์บริการ ผมกับป้อมปี่เดินมาประมาณ 500 เมตร ก็เห็นรถแท็กซี่ค่อนข้างที่จะเก่าไม่น่าที่จะนำมาใช้จอดอยู่จึงเข้าไปสอบถามราคา กับคุณลุงท่านหนึ่งปรากฎว่าราคาไม่ต่างจากรถกระบะรุ่นใหม่ที่เราสอบถามก่อนหน้านี้ ผมกับป้อมปี่ก็เริ่มอิดออดและเริ่มจะหาหนทางใหม่โดยไปทางรถเมล์แต่เราก็ไม่เห็นทีท่าว่าจะมีรถเมล์ผ่านมา คุณลุงเจ้าของรถแท็กซี่ก็เข้ามาคุยกับเราอีกครั้ง และเริ่มต่อรองราคากับเรา ด้วยใบหน้าอันใจดีของคุณลุงและการพูดการจาที่น่าเชื่อถือทำให้เราตกลงกับคุณลุงด้วยราคาคนละ200 บาท จนถึงแขวงจำปาสัก ผมกับป้อมปี่ตกลงราคากับคุณลุงแล้วจึงออกเดินทาง

คุณลุงบอกกับเราว่าจากช่องเม็กถึงแขวงจำปาสัก มีระยะทางประมาณ 40 กม. และผ่านสะพานมิตรภาพญี่ปุ่น-ลาว ซึ่งทำไว้ข้ามลำน้ำโขง ตัวสะพานมีความยาวประมาณ 3.75 กม.

จากนั้นไม่นานเราก็พบกับด่านเก็บเงิน คุณลุงควักเงินจำนวน 5,000 กลีบ ให้กับด่าน คุณลุงบอกว่าเป็นค่าปี้ (ค่าธรรมเนียม) ที่ต้องผ่านทุกครั้งเวลาเข้าออก คุณลุงชี้ไปทางซ้ายมือและบอกกับเราว่าทางนั้นคือตลาดดาวเรือง เป็นตลาดใหญ่ของที่นี่ซึ่งเจ้าของชื่อเจ้ดาวเรือง เป็นเศรษฐี ของลาวใต้เป็นผู้ดูแล

และคุณลุงก็จอดให้เราลงตรงจุดนี้ ก่อนเราจะลงจากรถก็มีหนุ่มลาวคนหนึ่งวิ่งมาที่รถแท็กซี่และถามเราว่าจะไปไหนมีรถกระบะให้เช่า เราจึงบอกไปว่าวันนี้เราจะไปน้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดเยือง น้ำตกตาดผาส่วม หลี่ผี คอนพะเพ็ง และปราสาทหินวัดพลู คิดเท่าไร ในวันเดียว เขาบอกว่าไปไม่ทันหรอก แต่ถ้าจะไปจะเหมารถให้ด้วยราคาด้วยราคา 3,000 บาท ผมกับป้อมปี่ก็ยังไม่ลงจากรถและคุณลุงเจรจากับทางเจ้าของรถกระบะต่อรองราคา แต่ไม่เป็นผล ผมและป้อมปี่จึงไม่ตอบตกลง และก็นั่งคิดกันซักครู่ คุณลุงแท็กซี่ก็เสนอราคาให้เราเองโดยคุณกันซักครู่ใหญ่ก็สรุปได้ราคาที่ 2,700 โดยรวมราคาตั้งแต่ช่องเม็กเลย ผมกับป้อมปี่ตอบตกลง ผมจึงให้คุณลุงแท็กซี่รอที่รถซักครึงชั่วโมง เพื่อที่ผมกับป้อมปี่จะสำรวจและ ชมวิถีการใช้ชีวิตของชาวลาวที่บริเวณตลาดดาวเรือง แล้วจะกลับมาที่รถแท็กซี่ เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงผมกับป้อมปี่ก็กลับมาที่รถแท็กซี่ และจุดหมายแรกที่เราจะไปคือน้ำตกตาดฟาน ก่อนจะถึงน้ำตกตาดฟานคุณลุงแท็กซี่ได้แวะเติมน้ำมันที่ปั้มเชล ผมดูราคาแล้วน้ำมันที่ประเทศลาวแพงกว่าราคาน้ำมันแพงกว่าในประเทศไทยซะอีก ผมขึ้นรถนั่งรถข้างหน้าด้านขวามือ พี่ป้อมปี่นั่งด้านหลัง ทุกครั้งที่ขึ้นรถผมตกใจทุกครั้งเวลาคุณลุงขับขึ้นไปบนถนนเนื่องจากว่าที่ประเทศลาวจะขับเลนขวา ซึ่งตรงข้ามกับประเทศไทยบ้านเรา บนถนนก็เต็มไปด้วยสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านที่เดินไปมาบนท้องถนน คุณลุงแท็กซี่บอกว่าบ้านเมืองของเขาไม่มีการลักขโมย และการฆาตรกรรมแทบจะไม่มี ผมฟังแล้วก็รู้สึกว่าประเทศลาวนี้ก็น่าอยู่ไม่ใช่น้อยทีเดียว คุณลุงบอกว่าตอนนี้เราอยู่บนเส้นทางหลักหมายเลข 13 และจะต้องเลี้ยวขวาตรงหลักกม.ที่ 38 เมื่อถึงจุดหมายคุณลุงเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 2 กม. จากนั้นก็ให้เราเข้าไปชมน้ำตกตาดฟาน จุดนี้คุณลุงเสียค่าปี้ให้คนละ 5,000 กลีบ น้ำตกนี้ตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 200 เมตร และอยู่ไกลจากจุดที่เรายืนชมวิว เราสำรวจและถ่ายรูปไม่นานประมาณ 15 นาที ได้


ผมก็ต้องกลับมาขึ้นรถแท็กซี่ของคุณลุงอีกครั้ง เพื่อมุ่งหน้าสู่น้ำตกตาดเยื้อง คุณลุงขึ้นไปเส้นทางหลักและขับมาอีก 2 กม. ก็ถึงหลัก กม.ที่ 40 คุณลุงเลี้ยวขวาอีกครั้ง ทางที่เลี้ยวเป็นทางลูกลังกำลังทำใหม่ประมาณ 3 กม. ก็เจอด่านเก็บค่าปี้ คุณลุงจ่ายให้เราครับ โดยต่อรองราคากับเจ้าหน้าที่ให้ครับ จากนั้นก็ถึงที่จอดรถ ผมมองไปรอบ ๆ ก็เห็นร้านอาหารสองข้างทางประมาณเกือบ 10 ร้าน เห็นจะได้ แต่ผมก็ไม่มีเวลาพอที่จะขอรายละเอียดกับผู้คนแถวนั้น ก็รีบเดินไปอีกประมาณ 800 เมตร ก็เห็นลำน้ำที่ไหลลงสู่หน้าผาแต่ก็ยังไม่เห็นตัวน้ำตก แต่เมื่อเดินลงเนินมาก็เป็นทางลาดชันที่มีบันไดทอดยาวผมกับป้อมปี่รีบเดินลงไปทันที และทันทีที่เห็นน้ำตกก็ต้องตะลึงกับความสวยงามที่อยู่เบื้องหน้า เพราะน้ำตกตาดเยื้องนี้สวยงามจริง ๆ และบรรยากาศรอบ ๆ ก็เย็นสบาย ๆ มีลมปะปนด้วยละอองน้ำทำให้เมื่อได้สัมผัสก็สดชื่นขึ้นมาทัน




จากนั้นไม่นานเราก็ต้องเดินกลับขึ้นไปอีก เมื่อมาถึงรถก็หอบแหก ๆ กันทั้งคู่ครับเพราะเป็นทางขึ้นเขา คุณลุงท็กซี่ก็ออกรถทันที และถามว่าเราจะไปไหนอีก เราบอกว่าจะไปที่ราบสูงโบลิเวน คุณลุงก็ไม่ขัดข้องและพาเราไปถึงจุดนั้นอีกครั้ง คุณลุงบอกว่าที่ราบสูงโบลิเวนจะมีฝนตกพรำ ๆ ตลอด อากาศบริเวณนี้จะเย็นสบายตลอดทั้งปี จุดนี้เราไม่ได้ลงจากรถครับเนื่องจากมีฝนตกเล็กน้อย

จากนั้นคุณลุงก็จะพาเราไปน้ำตกตาดผาส่วมแต่จะไม่ย้อนไปทางที่เราผ่านมา แต่จะพาเราไปชมน้ำตกตาดเซ็ด และตาดเลาะให้เรา ซึ่งไม่มีในโปรแกรมเราแต่เราก็ยินดีมากที่คุณลุงอนุเคราะห์ คุณลุงแท็กซี่ขับมาตามทางราดยางเรื่อย ๆ ก็พบกับทางลูกลังซึ่งก็ไม่เรียบซักเท่าไรแถมฝนก็ยังตกพรำ ๆ เราก็ไม่สบายใจเรื่องรถซักเท่าไร แต่คุณลุงบอกว่าไม่ต้องห่วงรถของเขาเพิ่งลงเครื่องใหม่ซึ่งเป็นเครื่อง 2,000 ก็ทำให้เราอุ่นใจได้บ้าง ตลอดสองข้างทางจะเป็นป่าส่วนใหญ่. และยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่น้อยหลังคาเรือน ขับตามทางลูกลังได้ประมาณซัก 30 กม. ก็เจอทางลาดยางอีกครั้งคุณลุงแท็กซี่เลี้ยวซ้ายมาตามถนนได้ประมาณ 3 กม. ก็เลี้ยวขวาเป็นทางลูกลังอีกแล้วขับมาได้ประมาณ 3 กมก็พบกับทางเข้าตาดเลาะ คุณลุงบอกว่าขาออกจะแวะให้โดยเราจะไปน้ำตกตาดเซ็ดกันก่อนไม่นานก็ถึงน้ำตกตาดเซ็ด โดยน้ำตกนี้เป็นน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาหินกว้าง มีความสวยงามไม่แพ้ที่ไหน


ผมเดินเก็บรูปแลสำรวจครู่ใหญ่ก็เห็นมีแต่ชาวต่างชาติแถวยุโรปเต็มไปหมดอยู่ในบริเวณรีสอร์ทแถวนั้น เมื่อถามความจากคนแถวนั้นก็ได้คยวามว่ามีบริษัททัวร์ติดต่อนำลูกค้าต่างชาติมาพักที่นี่มากส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติแถวยุโรป อีกไม่นานป้อมปี่เรียกผมกลับขึ้นรถเพราะตอนนี้ก็ล่วงเวลาไปมากแล้ว ผมรีบขึ้นรถทันที คุณลุงแท็กซี่ก็พาเราออกจากน้ำตกตาดเซ็ดและแวะตาดเลาะ ผมก็เก็บความประทับใจและความสวยงามใส่ memmory เช่นเคย ส่วนป้อมปี่ก็หาข้อมูลรีสอร์ทและร้านอาหารเช่นเคย

เมื่อเสร็จภาระกิจจุดนี้ คุณลุงก็พาเราเดินทางต่อไปยังน้ำตกตาดผาส้วม เมื่อถึงจุดทางเข้าเจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าปี้คนละ 5,000 กลีบเช่นเคย จุดนี้เราเป็นคนจ่ายเองครับเพราะเจ้าหน้าที่ตรวจเคร่งครัด เมื่อรถจอดที่ลานจอดรถผมก็เดินมาเก็บรูปและชมร้านอาหารตาดผาส้วม หมู่บ้านขนเผ่า น้ำตกตาดหมากแฮว ได้ไม่นานก็ต้องออกเดินทางต่อเพราะขืนอยู่นานคงไม่ได้ไปถึง หลี่ผี คอนพะเพ็งแน่เลย








คุณลุงแท็กซี่ขับมาถึงเส้นทางหลักหมายเลข 13 อีกครั้งและมุ่งหน้าไปยังหลักกม.ที่ 8 จากนั้นคุณลุงเลี้ยวซ้ายมุ่งหหน้าไปยังหลักกม.ที่ 147 เวลาก็ประมาณบ่าย 3 โมงกว่าแล้ว คุณลุงบอกเราว่าวันนี้เราไปปราสาทหินวัดพลูไม่ทันแน่เลยเพราะว่ากว่าจะกลับจากคอนพะเพ็งคงมืดแล้ว ไม่มีแพข้ามฟากไปปราสาทหินวัดพลูแน่เลยเราก็บอกว่าไม่เป็นไรพรุ่งนี้อาจจะย้อนกลับมาอีกทีก็ได้



ประมาณสี่โมงเย็นกว่าเราก็มาถึงทางแยกเข้าบ้านนากะสัง คุณลุงเลี้ยวขวาขับมาประมาณ 3 กม. ก็มาถึงท่าเรือ คุณลุงติดต่อกับทางเจ้าของเรือให้กับเราไปกลับประมาณคนละ 120 บาท เราก็ตอบตกลงเพราะว่าเย็นมากแล้ว เราล่องข้ามลำน้ำโขงจนมาถึงดอนคอน เราก็เช่ารถจักรยานยนต์กับชาวลาวคนหนึ่ง ซึ่งตอนแรกเขากดราคาเราคนละ 400 บาท แต่เราทราบอยู่แล้วว่าถ้าเราเช่ารถหกล้อไปเองคนละประมาณ 150 บาท เท่านั้น แต่เวลาก็ห้าโมงเย็นแล้ว เราเลยขอต่อรองกับเขาคนละ 200 บาท เขาก็อิด ๆ ออด ๆ แต่ยอมให้เรา เพราะไม่งั้นผมกับป้อมปี่ก็คงไปเช่ารถหกล้อแทน ผมขับมาผ่านตรงหัวรถจักรโบราณ



แล้วขับไปตามป้ายบอกทางจนเกือบจะถึงทางเข้าหลี่ผีแล้ว ประมาณ 800 เมตรเห็นจะได้ แต่ยางรถจักรยานยนต์ดันมารั่วซะก่อน จึงทำให้เราคิดว่าถ้าเราเข้าไปหลี่ผีก็คงมืดแน่เราจึงตัดสินใจจูงรถวิ่งกลับมาที่ท่าเรือ ซึ่งมีระยะทางประมาณเกือบ 5 กม.



ผมกับป้อมปี่วิ่งกันตลอดทางโดยป้อมปี่จูงรถจักรยานยนต์ส่วนผมก็ถือสัมภาระวิ่งตามตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ป้อมปี่เปิดไฟรถจักรยานยนต์และวิ่งนำทางมาจนถึงท่าเรือ ผมมองนาฬิกาก็ประมาณหนึ่งทุ่มเห็นจะได้ และหันไปมองคนขับเรือซึ่งตอนนั้นเขามีอากาสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่เราก็บอกสาเหตุที่มาช้าและให้กับเขาฟัง เขาก็เข้าใจและพาเราข้ามฝั่งกลับนากะสังทันที ระหว่างข้ามกลับลำน้ำโขงก็มืดแล้วเรือก็ไม่มีไฟนำทางผมกับป้อมปี่ก็หวั่น ๆ ไม่ใช่น้อย ระหว่างนั่งเรือกลับเรือเผอิญไปติดกับโขดหินทำให้ไม่สามารถแล่นเรือได้

แต่ด้วยความชำนาญของเจ้าของเรือบอกเราว่าไม่เป็นไร เนื่องจากช่วงนี้น้ำในลำน้ำโขงลดจึงทำให้มีโขดหินโผล่ขึ้นมา เจ้าของเรือค่อย ๆ หย่อนเท้าลงไปในน้ำและเหยียบกับโขดหินที่เกยกับเรือพร้อมกับดันเรือไปข้างหน้า จากนั้นก็ขึ้นมาขับเรือต่อและพาพวกเรากลับถึงบ้านนากะสังโดยปลอดภัย ผมให้เงินเจ้าของเรือ 300 บาท หลังจากที่ตกลงกันไว้ 240 บาท เนื่องจากเขาเสียเวลากับเราอันนี้ไม่ว่ากันครับ หลังจากผมเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับเจ้าของเรือแล้ว คุณลุงแท็กซี่ก็โบกมือเรียกเราให้ขึ้นรถพร้อมจะเดินทางต่อ แต่เวลาช่วงนั้นเกือบจะสองทุ่มแล้วครับ ผมกับป้อมปี่ก็เพลียมากแล้วก็อยากจะหาที่พักผ่อนแต่คุณลุงแท็กซี่ไม่ยอมพากลับครับ คุณลุงบอกเราว่ามาแล้วต้องมาให้ถึงยังไงก็พาไปเพราะเขารับปากเราแล้ว เราก็ไม่ขัดศรัทธาคุณลุงแท็กซี่ครับไปไหนก็ไปกันครับ คุณลุงขึ้นเส้นทางหลักและขับมาได้ประมาณ 5 กม. ก็มีทางเลี้ยวขวา มีป้ายบอกไปคอนพะเพ็ง คุณลุงเลี้ยวขวาแล้วขับมาอีก 3 กม. ก็ถึงทางเข้าครับตรงนี้ไม่เสียค่าปี้ครับ เพราะไม่มีคนเฝ้าแล้ว ผมมองไปด้านข้างเห็นร้านอาหารตั้งเรียงรายประมาณ 10 กว่าร้านค้าเห็นจะได้ กำลังเก็บร้านกันแต่ก็ไม่สะดุดใจซักเท่าไร แต่เมื่อผมได้ยินเสียงน้ำที่ไหลดังผมรู้ได้เลยว่าถึงน้ำตกคอนพะเพ็งแล้ว คุณลุงแท็กซี่พาพวกเราไปบนศาลาจุดชมวิว แล้วชี้ให้เราดูบอกว่าถ้าตอนกลางวันจะสวยมาก แต่ด้วยแสงสว่างที่มีอยู่เราก็สามารถมองเห็นเช่นกันเพราะน้ำตกที่ไหลนั้นเป็นสีขาวและใหญ่



ผมกับป้อมปี่ก็สัมผัสบรรยากาศได้เพียงไม่นานก็บอกให้คุณลุงพากลับปากเซคุณลุงแท็กซี่บึ่งรถกลับมาถึงปากเซประมาณสี่ทุ่มกว่า ก็มาถึงโรงแรมลาวเจริญ และขอค่าพิเศษอีก 700 บาท เราไม่มีปัญหาครับ เมื่อคุณลุงบริการเต็มที่เราก็พร้อมที่จะตอบแทนคุณลุงบ้าง แต่มีข้อแม้พรุ่งนี้เช้าคุณลุงต้องพาเรากลับช่องเม็กคุณลุงก็ไม่มีปัญหา เราเช่าห้อง 1 ห้อง ในราคา 400 บาท แต่เรายังไม่นอนครับ เราหาอะไรรองท้องก่อนนอนครับโดยได้เฝือง(เหมือนก๋วยเตี๋ยวบ้านเราครับ)คนละชาม จากนั้นเราก็ขึ้นที่พักเข้านอนและจะสำรวจปากเซในวันรุ่งขึ้น

07.00 น. ผมตื่นขึ้นมาพร้อมป้อมปี่พร้อมกับทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วก็เตรียมเก็บสัมภาระไว้ที่หน้าฟอนต์ของโรงแรม แล้วเดินสำรวจตลาดปากเซยามเช้า กับบริเวณใกล้เคียง จนเกือบถึงเวลา 10.00 น. ก็ได้รับโทรศัพท์ของคุณลุงแท็กซี่ว่าจะมาไถ่ค่าตัวกับเรา ซึงกว่าเราจะไปถึงคุณลุงก็ประมาณ 11.00 น. เข้าไปแล้ว ผมจึงรีบขึ้นรถทันที เมื่อคุณลุงมาถึงช่องเม็กผมจำได้ว่าผมลืมเต๊นท์คู่กายที่โรงแรมลาวเจริญ แต่ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้แล้วเพราะต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายอีก เลยฝากคุณลุงแท็กซี่ถ้าผ่านไปเก็บไว้ให้ด้วยถ้ามีโอกาสมาอีกจะโทรมาหาคุณลุง จากนั้นพวกเราก็ลาคุณลุงและทำเรื่องเดินทางกลับฝั่งไทยกับด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งประเทศลาว และฝั่งประเทศไทย

แต่เมื่อมาถึงท่ารถประมาณบ่ายสองโมงทางเจ้าหน้าที่เดินรถบ.พิบูลย์ทัวร์ เช่นเคย บอกกับเราว่าจองตั๋วกับ 17.30 น. และรถออก 18.20 น. ผมก็หาอะไรรองท้องกันก่อน จากนั้นก็หาที่หลับนอนพอได้ที่ก็หลับไปจนถึง 17.30 น. เรารีบจองตั๋วรถปรับอากาศ VIP ในราคาคนละ 588 บาท นั่งรอได้ซักพักป้อมปี่ก็บอกกับผมว่าอยากนอนกลับอย่างสบายเนื้อสบายตัวมองไปมองมา ก็สะดุดตาที่ห้องน้ำท่ารถทัวร์ ก็เลยขอใช้บริการซะเลยอีกคนละ 20 บาท เมื่อเสร็จสับภาระกิจ ก็ขึ้นรถเพื่อรถกลับกรุงเทพฯ โดยขากลับเราไม่เจอด่านตรวจเลย ก็หลับสบายจนถึงกรุงเทพตอนหกโมงเช้าครับ

เรื่องเล่าการเดินทาง จาก Mr.annaontour

DotE
LastUpdate ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2552 - 15:59:01 น.
 
Information ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ Email annop_nanya@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
NewTopic NewReply  
ไปยังหน้า
User anna (Administrator)
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18/3/2552
โพสต์ : 83
 
Vcard 16 กุมภาพันธ์ 2554 - 01:25:32 น. Top
DotE

อย่าลืมแวะมาเที่ยวกันนะคร๊าบ

 
NewTopic NewReply  
ไปยังหน้า
 
Copyright © 2009 www.annaontour.com. All rights reserved.
Untitled Document
สถิติผู้เข้าชม ขณะนี้มีผู้ชมอยู่ 19 ราย